Browse Tag by บริหารเวลา
เรื่องของเวลา

วิธีบริหารเวลาขั้นเทพ 2019 ทำอย่างไรให้คุ้มค่า

วิธีบริหารเวลาขั้นเทพ 2019 ทำอย่างไรให้คุ้มค่า

ในแต่ละวันเรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ การ บริหารเวลา ที่มีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน จึงส่งผลต่อระดับการประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งด้านการงาน การเงิน และชีวิตส่วนตัว การบริหารเวลาที่ลงตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้สูง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียนหรือทำงาน

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้ มาฝากกัน ดังนี้

1. ใส่ใจเฉพาะเรื่องสำคัญ มองข้ามเรื่องหยุมหยิมบ้าง

การใส่ใจในทุกเรื่องและทุกรายละเอียด จะทำให้เสียเวลาที่มีคุณค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่เห็นได้ชัดคือ การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่ผู้บริหารส่วนมากจะเลือกเสื้อผ้าแบบเดียวกัน เป็นสูทเข้มและเสื้อเชิ้ตสีพื้น ที่ทำให้ไม่ต้องเลือกมากในการแต่งกาย แม้แต่ผู้บริหารชั้นนำรุ่นใหม่ อย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ใช้เสื้อยืดสีพื้นใส่คู่กับกางเกงยีนส์ในการทำงานทุกวัน ทั้งนี้ เพราะคนเหล่านี้เลือกใช้เวลาไปกับเรื่องที่สามารถสร้างรายได้หรือทำให้มีการเติบโตทางธุรกิจมากกว่า การเลือกเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันนั่นเอง

2. มีการวางแผนตารางเวลาและวิเคราะห์จุดอ่อนสม่ำเสมอ

นอกจากนักบริหารที่ต้องมีตารางเวลาเคร่งครัดแล้ว ผู้ที่ทำงานด้านวงการบันเทิงอย่างดาราฮอลลีวู้ด พิธีกร youtuber ชื่อดังจำนวนมาก จะมีตารางเวลาที่กำหนดไว้ เช่น การออกกำลังกายในช่วงเช้าก่อนการไปทำงาน เพื่อทำให้รูปร่างสวยงามสมส่วน และทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ และหากทำไม่ได้ตามเป้าหมายในตาราง ก็จะทำการวิเคราะห์ตัวเองว่าเกิดจากจุดด้อยอย่างไร เพื่อทำการแก้ไขโดยเร่งด่วน จะทำให้การบริหารเวลาในวันต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. ลำดับความสัมพันธ์ให้เป็นแบบมืออาชีพ

งานแต่ละชิ้นจะมีความสำคัญและการเร่งด่วนไม่เท่ากัน งานบางอย่างยังต้องใช้พลังความคิด ใช้แรงงานในการปฏิบัติ หรือต้องประสานงานกับบุคคลต่าง ๆ ในวงการธุรกิจ เช่น ลูกค้า แผนกกฎหมาย ฝ่ายบุคคล ฯลฯ ซึ่งล้วนต้องใช้ทักษะและเวลาไม่เท่ากัน ผู้ที่ประสบความสำเร็จในทุกวงการ มักเลือกงานที่สำคัญมากที่สุดและต้องใช้พลังกายและใจมากที่สุด ทำให้สำเร็จเป็นอันดับต้น ๆ ของวัน เพราะร่างกายได้รับการพักผ่อนมาอย่างเต็มที่ตลอดคืน จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการคิดได้อย่างโลดแล่น มองการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ส่วนงานที่สำคัญน้อยกว่าจะทำในช่วงบ่ายหรือตอนเย็น หรือยกให้ผู้อื่นช่วยประสานงานแทน

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพที่ยกตัวอย่างมา เป็นสิ่งที่เราทุกคนนำไปใช้ได้ในทุกสาขาอาชีพ ขอเพียงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในทุกด้าน ก็ย่อมทำให้การบริหารเวลามีประสิทธิภาพ สามารถใช้เวลาในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพ

เรื่องของเวลา

เคล็ดลับ บริหารเวลา ใช้เวลาช่วงเย็นอย่างมีคุณภาพ

วิธีการแก้ปัญหา การบริหารเวลาสำหรับพ่อแม่

สังคมทุกวันนี้ครอบครัวในเมืองใหญ่มีเวลาให้กันน้อยลง ทุกคนรีบเร่งออกไปทำงานและไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า ตอนเย็นฝ่ารถติดกลับมาต่างก็เหนื่อยล้า โอกาสจะชวนกันคุยหรือหากิจกรรมทำด้วยกันน้อยลง ยิ่งเด็กสมัยนี้ติดโทรศัพท์มือถือ เล่นเกมและแชทกับเพื่อน ๆ ไม่สนใจสิ่งอื่น เวลาของครอบครัวยิ่งเหลือน้อยนิด ทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้น วิธีการแก้ปัญหาคือพ่อแม่ควรริเริ่มบริหารเวลาช่วงบ่ายหลังจากโรงเรียนเลิก มองหาเคล็ดลับบางอย่างเป็นช่วยให้จัดการเวลาแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ มีคำแนะนำที่คุณทำได้มาฝากกันดังนี้

วิธีการแก้ปัญหา การบริหารเวลาสำหรับพ่อแม่

วางแผนปฏิทินครอบครัวร่วมกัน

ภายในเวลากว่า 3-6 ชั่วโมงก่อนนอนมีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำ รวมถึงเรียนพิเศษ ฝึกซ้อมกีฬา ทำการบ้าน ไปจนถึงอาหารเย็น การบริหารเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำให้ง่ายได้ ด้วยการวางแผนตารางเวลาครอบครัวให้เหลือกับการทำงาน เพียงจดบันทึกบนปฏิทินว่าวันไหนเด็ก ๆ มีกิจกรรมพิเศษอะไรบ้าง ช่วยให้ง่ายต่อการจัดระเบียบกิจวัตรประจำวัน รู้เวลาที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าหลังเลิกเรียนในแต่ละวันเพื่อวางแผนใช้เวลากับลูก ๆ อย่างมีคุณภาพ แม้มีเวลาจำกัด แต่ก็ทำให้เกิดประโยชน์ได้

มอบหมายงานบ้านให้ลูกรับผิดชอบ

พ่อแม่ต่างมีภาระหน้าที่หลายอย่าง ลองมอบหมายภารกิจให้ลูก ๆ ทำคนละอย่างช่วยเบาแรงพ่อแม่ได้ การแบ่งงานควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย ความถนัด และความพอใจของแต่ละคน เริ่มต้นด้วยสิ่งง่าย ๆ เช่น ตารางทิ้งขยะ เก็บพับผ้า เด็กหลายคนชอบมีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวันของครอบครัว แทนที่กลับบ้านมาแล้วต่างคนแยกไปอยู่ลำพัง ทุกคนกลับมารวมกันทำอาหารหรือช่วยทำความสะอาด ทำให้งานบ้านที่ดูน่าเบื่อกลับเป็นดูน่าสนุก ส่วนใหญ่เด็ก ๆ ที่ช่วยทำงานบ้านมักจะฝึกความรับผิดชอบและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ

บริหารเวลาใช้สมาร์ทโฟนอย่างเหมาะสม

การซื้อโทรศัพท์มือถือให้เด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยหากสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเช่น การแชร์รายการของชำให้กัน เด็กอาจส่งข้อความเตือนพ่อแม่ว่าซอสมะเขือเทศใกล้หมดแล้ว ขณะเดียวกันพ่อแม่ควรใช้แอปพลิเคชั่นจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟนของเด็กแต่ละคน รวมถึงช่วงเวลาไหนไม่ควรเล่นมือถือ เช่น ระหว่างกินมื้อเย็นด้วยกัน เพื่อให้อุปกรณ์ดิจิทัลสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าต่างคนก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์ของตนเอง

เตรียมอาหารมื้อเย็นแบบง่าย ๆ

ไม่ว่ามื้อเย็นจะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรือเข้าครัวทำเอง ควรเตรียมพร้อมให้เสร็จในครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น เพื่อให้ครอบครัวมีเวลานั่งรับประทานมื้อเย็นด้วยกันนานขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น หากเลือกเมนูที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ยิ่งใช้เวลาทำอาหารมากเท่าไร เวลาปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวยิ่งลดน้อยลง หรือถ้าเลือกสั่งซื้อกลับบ้าน พ่อแม่สามารถประหยัดเวลาด้วยการใช้แอปพลิเคชันสั่งซื้ออาหารล่วงหน้าได้เสมอ

เปลี่ยนมาซื้อสินค้าออนไลน์

การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมีข้อดีทั้งเรื่องความสะดวกและประหยัดเวลา อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายจัดส่งเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเวลา แทนที่หลังเลิกงานจะออกไปจับจ่ายซื้อของใช้บ้าน เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ยาสีฟัน กระดาษชำระ ในปัจจุบันมีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งให้บริการสั่งซื้อออนไลน์และส่งให้ถึงบ้าน ประหยัดเวลาและไม่สิ้นเปลืองค่าน้ำมันรถด้วย

นอกจากนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ยังเป็นโอกาสให้วางแผนทำกิจกรรมในบ้านและนอกบ้านด้วยกัน ชมภาพยนตร์ เล่นเกม ขี่จักรยาน เล่นกีฬา ปลูกต้นไม้ งานอดิเรกต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนกระตุ้นให้พ่อแม่ลูกพูดคุยและใกล้ชิดกันมากขึ้น

เคล็ดลับ บริหารเวลา ใช้เวลาช่วงเย็นอย่างมีคุณภาพ

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไรให้ทำงานทันส่งเจ้านาย

บริหารเวลาอย่างไรให้ทำงานทันส่งเจ้านาย

การบริหารเวลาในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะมีผลโดยตรงต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานตลอดจนผลการประเมินศักยภาพบุคคลในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนมีผลต่อทัศนคติของเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม ถ้าคุณมีพฤติกรรมส่งงานไม่ทันบ่อย ๆ ก็จะสร้างความเสียหายทั้งต่อตนเองและส่วนรวมได้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาให้ส่งเจ้านายทัน มาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้

1. วางแผนการทำงานล่วงหน้า

คุณควรจะมีแผนระยะสั้นกลางยาวสำหรับแต่ละ Project เพื่อให้กำหนดตารางการทำงานในแต่ละวันได้อย่างมีแบบแผนชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ต้องลำดับตามความสำคัญและเร่งด่วนของงานอยู่เสมอ เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้นในแต่ละวัน

คำแนะนำเพิ่มเติม: คุณสามารถใช้เวลาวันละ 10-15 นาทีก่อนนอนในการวางแผนและทบทวนสิ่งที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ หากไม่ เกิดจากสาเหตุใด จะได้รีบปรับแก้ไข ไม่ทำให้งานเกิดการชนกันหรือคั่งค้างในภายหลัง

2. ปิดการสื่อสารระหว่างทำงาน

หากต้องการให้มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานให้มากขึ้น ควรปิดเครื่องมือสื่อสารที่ไม่จำเป็น เช่น ไม่รับสายโทรศัพท์ งดตอบ line ไม่แชทในเพจ ไม่เช็คอีเมล์ ฯลฯ จนกว่าจะถึงเวลาที่คุณตั้งเวลาไว้ ซึ่งจะทำให้มีจิตใจจดจ่อกับงานได้ดีขึ้น

เมื่อมีสมาธิมากขึ้น งานที่ทำจะผิดพลาดลดลง งานเสร็จไวขึ้น ทำให้คุณเคลียร์งานได้รวดเร็วกว่าเดิม อาจส่งงานได้ก่อนกำหนดและเหลือเวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชื่นชอบได้อีกมาก

3. เตรียมอาหารมารับประทานในออฟฟิศ

การเตรียมอาหารกลางวันมารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ทำเองหรือซื้อมา ก็ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปรับประทานที่ร้าน ซึ่งต้องรอคิวเป็นเวลานาน เนื่องจากพนักงานออฟฟิศมันจะพักเที่ยงพร้อมกัน และเสียเวลาในการเดินทางกลับ แทนที่จะได้งีบกลางวันเพื่อผ่อนคลายความเครียดและทำให้สมองโล่งพร้อมทำงานตอนบ่าย

4. รู้จักปฏิเสธบ้าง

ถ้ามีเพื่อนมาชวนไปท่องเที่ยวหรือดูหนังฟังเพลง แล้วคุณมีงานค้างอยู่ ก็ต้องพิจารณาว่าสิ่งใดสำคัญและเร่งด่วนมากกว่ากัน หากจำเป็นต้องรีบส่งงานอย่างเร่งด่วน ก็ต้องกล้าที่จะพูดปฏิเสธเพื่อนบ้าง เพื่อทำให้คุณมีเวลาที่จะสะสางโดยเร็ว แล้วค่อยตามไปทีหลัง หรือนัดชดเชยในวันถัดไปแทน

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการบริหารเวลาที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่คุณสามารถที่จะฝึกฝนและปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ หากปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอย่อมทำงานเสร็จทันตามกำหนดเจ้านายอย่างแน่นอน

รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลา

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

แต่ละวันคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่มีคนจำนวนน้อยที่จะสามารถทำกิจกรรม ทั้งการงาน เล่นกีฬาและเรื่องส่วนตัวได้หลายอย่างในวันเดียวอย่างครบถ้วน

ในวันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพมาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านใช้เวลาอย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นและมีเวลาเหลือมากขึ้นด้วย ดังนี้

1. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องคิดตัดสินใจออกไป เช่น การเลือกใช้เสื้อผ้าแบบคล้ายกัน เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาในการเลือกชุดทำงาน บุคคลตัวอย่างที่สำคัญคือ มาร์คซัคเคอร์เบิร์ก และ Steve Jobs ที่มีผู้สังเกตพบว่า เขานิยมใส่ชุดเรียบง่ายทุกวัน เป็นลักษณะของเสื้อยืด สีเทา ขาว หรือดำ และกางเกงยีนส์สีเรียบที่ไม่เป็นจุดเด่น ซึ่งเรียกว่าเป็นชุดที่สวมใส่สบายเรียบง่ายตลอดทั้งปี เนื่องจากว่าบุคคลเหล่านี้อยากทุ่มเทเวลาและกำลังความคิดให้กับเรื่องอื่นมากกว่าการต้องตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าในแต่ละวัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นในชีวิตของเขาเหล่านั้น

2. การมีตารางเวลากิจกรรมในแต่ละวันชัดเจนตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลาเข้านอน โดยส่วนใหญ่ ผู้ที่เป็นนักบริหารหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จะมีกำหนดตารางเวลาในแต่ละวันที่ชัดเจนและมักเลือกเวลาตอนเช้าสำหรับการออกกำลังกาย วันละครึ่งถึง 1 ชั่วโมงร่วมกับการนั่งสมาธิหรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย เพื่อให้สมองปลอดโปร่ง ก่อนที่จะเตรียมตัวทำงาน เข้าประชุมหรือติดต่อธุรกิจค้าขาย ฯลฯ และเมื่อกลับถึงบ้านในเวลาก่อนนอนก็จะทำการวางแผนสำหรับกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้มีเป้าหมายในใช้ชีวิตแต่ละวันที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

3. ช่วงก่อนนอนเป็นเวลาเสริมอาหารสมองด้วยหนังสือดี ๆ ที่ให้ความรู้ แนวคิดที่น่าสนใจและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าการเลือกประเภทหนังสือที่อ่านก่อนนอนที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ประโยชน์ทั้งความรู้สำหรับนำไปปรับใช้กับการทำงาน และทำให้หลับลึกได้โดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับด้วย

4. เลือกคุยกับคนที่น่าสนใจ กล่าวคือ การให้เวลากับผู้ที่มีความคิดแปลกใหม่ที่มีประโยชน์ต่อสังคม ผู้ที่มีแนวคิดน่าสนใจในการดำเนินธุรกิจ ผู้ที่คิดนอกกรอบ ฯลฯ เพราะจะทำให้เวลาที่เสียไปมีคุณค่า สามารถนำความรู้จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มาปรับใช้กับการทำธุรกิจหรือชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาให้มีคุณภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน ทำให้แต่ละวันมีความหมายมากขึ้น สามารถทำงานได้อย่างประสบความสำเร็จหลายด้านพร้อม ๆ กัน ขณะเดียวกัน ก็ยังทำให้มีเวลาเหลือให้แก่บุคคลในครอบครัวมากขึ้น รวมถึงเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นประจำและการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสังคมด้วย

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องของเวลา

เทคนิคการบริหารเวลา

การบริหารเวลา

คุณมักจะบอกกับตัวเองและคนรอบข้างว่า “ไม่มีเวลา” แล้วอีกกี่ครั้งที่คุณต้องนั่งหายใจทิ้ง และปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ความจริงเวลานั้นมีเท่ากันทุกวัน แต่คุณกลับใช้มันอย่างไม่มีประโยชน์จนทำให้รู้สึกว่าเวลามันน้อยลงไปทุกวัน และยิ่งคุณปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปเท่าไหร่คุณจะยิ่งกังวลมากขึ้น และจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หายไป ซึ่งเคล็ดลับการบริหารเวลานั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวคุณเอง และปฎิบัติตามอย่างเคร่งคัด โดยเริ่มจากการ

1. จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

คุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าในแต่ละวันคุณต้องทำอะไรบ้าง และใช้เวลาในการทำสิ่ง ๆ นั้นเท่าไหร่ และลองทำตามที่คุณจดบันทึกไว้ให้ได้ และพิจารณาว่าสิ่งที่เราได้ทำไปมันสมดุลกันแล้วหรือยัง ได้เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่าลงทุนไปพนัน Hero88 ไปเท่าไหร่ และกี่ครั้งที่เราคอยผลัดมันไปตลอดทุกวัน คุณควรปรับปรุงเวลาของตนเองในเรื่องใดมากขึ้น

2. วางแผนเวลาการทำงานไว้ล่วงหน้า

ในแต่ละวันเราจะต้องทำงานในระยะเวลา 7-8 ชั่วโมง และควรวางแผนการทำงานล่วงหน้าไว้ และจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำว่างานไหนสำคัญก็ควรทำงานนั้นก่อน และงานไหนที่มีความยากก็ควรทำงานนั้นก่อน

3. เพิ่มเวลา

ถ้าคุณคิดว่าเวลาที่มีไม่พอสำหรับคุณ คุณก็ควรเพิ่มเวลให้กับตนเอง อย่างเช่นการตื่นเช้ากว่าเดิม หรือมีที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อที่จะประหยัดเวลาในการเดินทาง และยิ่งคุณทำงานอยู่ในกรุงเทพ ก็ควรมีที่พักที่ใกล้ที่ทำงานเข้า ยิ่งเดินไปได้ยิ่งดี เพราะเรื่องรถติดที่กรุงเทพนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย

เทคนิคการบริหารเวลา

เรื่องของเวลา

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร

ในการใช้เวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันให้เต็มที่ เกิดประโยชน์ทั้งการงานและชีวิตส่วนตัว จำเป็นต้องรู้จักบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคนรุ่นใหม่กำลังอยู่ในยุคที่โลกหมุนมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการงานมากมายเข้ามาให้ทำตลอด จะบริหารเวลาอย่างไรดี มาดูพร้อมกันเลย

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

ตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นแต่เช้า

การตั้งใจตื่นนอนแต่เช้าจะเป็นโอกาสในการให้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ อย่างมีพลังสมองเหลือเฟือมากกว่าการทำงานเวลาดึกดื่นจนตีสาม ทั้งยังทำให้มีช่วงเวลาแห่งการออกกำลังกายสักครึ่งชั่วโมงทุกวันก่อนไปทำงานเพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข อันทำให้คุณมีความคิดความอ่านที่โลดแล่นได้ตลอดวันด้วย

การมีแผนการใช้เวลา หรือตารางงานในแต่ละวันที่ชัดเจน

เป็นสิ่งที่ช่วยให้ไม่ต้องคิดวกวนว่าจะต้องทำอะไรบ้างในตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ มีเวลาให้คุณไปคิดงานใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะลืมการนัดหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้แอพพลิเคชั่นในการจัดตารางนัดหมาย และสามารถปลุกสั่นหรือเป็นเสียงได้ตามเวลาที่กำหนด ก็ยิ่งทำให้การบริหารเวลามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่วุ่นวายสับสนด้วย

การให้ความสำคัญกับงานไม่เท่ากัน

งานแต่ละชิ้นมีความจำเป็นที่ต้องทำเร่งด่วนแตกต่างกัน บางอย่างหากไม่ทำจะส่งผลเสียต่อบริษัทมาก ๆ เช่น การนัดลูกค้า การประชุมงาน ฯลฯ บางอย่างเป็นเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ เช่น การกินข้าวกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน การไปเยี่ยมญาติที่กำลังป่วยที่โรงพยาบาล เป็นต้น ควรต้องเรียงว่าสิ่งใดต้องทำก่อนหลังด้วย การนำคีย์เวิร์ดว่า จำเป็น เร่งด่วน สำคัญ ใส่ลงไปในงานนั้น ๆ หรือจะ highlight สีที่งานนั้นในสมุดนัดหมาย ก็ยิ่งเป็นการดี

แบ่งเวลาให้ถูกกับสถานที่

เมื่ออยู่ในที่ทำงาน ก็ควรมีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้า ไม่ควรคุยโทรศัพท์กับเพื่อนจน ทำให้งานเสียหาย หรือทำให้หัวหน้าเขม่นว่าเป็นการเบียดบังเวลางานมาใช้โทรศัพท์ และเมื่อกลับไปบ้าน ก็ไม่ควรนำงานกองโตกลับไปทำ จนไม่มีเวลาให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะกับพ่อแม่ คู่สมรส และบุตรหลาน ที่ในแต่ละวันมีชั่วโมงที่จะได้พูดคุยกันน้อยอยู่แล้ว

งานยาก งานที่ต้องคิดเยอะ ให้รีบทำก่อน

งานที่ต้องรีบทำให้เสร็จโดยไว คือ งานที่ต้องใช้สมาธิและกำลังสมองเยอะ ยิ่งหากเป็นงานยากที่ไม่คุ้นเคย ก็ยิ่งต้องทุ่มเทพลังงานทั้งลงไป แต่ก็จะทำให้คุณรู้สึกประสบความสำเร็จ และมีกำลังใจกลับมาอีกเท่าทวีคูณเมื่องานนั้นจบ

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร มีประสิทธิภาพ

หวังว่าผู้อ่านที่เป็นคนรุ่นใหม่จะได้ประโยชน์จากวิธีการบริหารเวลาที่เราได้นำเสนอไปให้สามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน และทำให้การแบ่งเวลาให้งานและชีวิตครอบครัวลงตัวขึ้น

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไร ถึงจะทำงานได้สำเร็จ

การปลุกตัวเองให้ยืดเส้นยืดสายแต่เช้าสำคัญ อย่างไร

การบริหารเวลา เป็นพื้นฐานของการวางแผนและปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง หากสามารถจัดการกับเวลาได้อย่างเหมาะสมตลอดทั้งวันต่อเนื่องตลอดปี ก็มีโอกาสเข้าใกล้ความสำเร็จทั้งชีวิตการงานและครอบครัวยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

การปลุกตัวเองให้ยืดเส้นยืดสายแต่เช้าสำคัญ อย่างไร

การจัดวินัยให้ตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแต่เช้ามืด เช่น ตีห้า เพื่อการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ก็ล้วนเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่สร้างความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและทำให้สมองโล่ง แม้จะเป็นวันละ 30 – 60 นาที แต่ก็ทำให้เวลาทั้งวันที่เหลือเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการทำงานขั้นสูงสุด

นอกจากนี้ หลายท่านยังได้แบ่งช่วงเวลาตอนเช้าสำหรับการทำสมาธิ หรือเล่นโยคะเป็นประจำเพื่อการตั้งมั่นของอารมณ์ที่ไม่หงุดหงิดหรือวอกแวกง่ายในการทำงาน ซึ่งนับว่าเป็นเทคนิคที่ดีในการเสริมสร้างศักยภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นด้วย

การจัดตารางแผนงานก่อนนอนทุกคืน เพื่อลดความวุ่นวายในตอนเช้า

เป็นการบริหารเวลาที่ช่วยลดปัญหาได้หลายอย่างในวันต่อมา เช่น การหลงลืมเอกสารลูกค้าไว้ที่บ้าน การลืมนัดประชุมงาน รวมถึงการมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ จนลืมใส่ใจคนในครอบครัว ซึ่งในระยะยาวจะเกิดการสะสมจนเป็นปัญหาเรื้อรังที่เรามักได้ยินเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่พูดว่าพ่อแม่ไม่มีเวลาให้แม้แต่การกินข้าวด้วยกันก็ยังคิดและคุยแต่เรื่องงาน !

นอกจากนี้ การใช้เวลาช่วงก่อนนอนลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำด้วยการใช้คีย์เวิร์ดว่า “ด่วน” และ “สำคัญ” ไปจัดหมวดหมู่ของงานต่าง ๆ จะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นว่าควรทุ่มเทเวลากับงานชิ้นใดมากกว่ากัน หรืองานใดไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง ก็ต้องใช้ตัวช่วยอย่างทีมงาน แอพพลิเคชั่น หรือพนักงานส่งของบ้าง เป็นต้น

แยกเวลาส่วนตัวออกจากการทำงานให้ชัดเจน

ปัจจุบัน สื่อโซเชียลและแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถเป็นทั้งประโยชน์และโทษได้พร้อมกัน หากไม่แยกแยะเวลาและสร้างวินัยในตัวเอง จะทำให้ขาดสมาธิและทำงานด้วย ประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าที่ควรจะเป็น

การกำหนดกับตัวเองว่าในช่วงเวลาที่ทำงานจะไม่รับสายโทรหรือตอบไลน์ หรือในชั่วโมงออกกำลังกายจะทุ่มเทกับการใช้พลังกายให้เต็มที่ หยุดคิดเรื่องงาน หรือสิ่งกวนใจต่าง ๆ เช่นนี้จะช่วยให้การบริหารเวลาในช่วงอื่น ๆ ค่อย ๆ ถูกปรับให้มีแบบแผนและถูกวัดผลลัพธ์ทางความสำเร็จได้ดีขึ้นด้วยอย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาที่ดีจะช่วยให้ทุกชั่วโมงของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าทุกชั่วโมงคือการทำงาน แต่เป็นทุกชั่วโมงที่สามารถมีสติและลงมือทำในสิ่งต่าง ๆ ตรงหน้าได้อย่างดีที่สุด เพื่อการเข้าใกล้ความสำเร็จของชีวิตที่แท้จริง

Uncategorized

สิ่งห้ามขาดกับการบริหารเวลาวัยทำงาน

สิ่งห้ามขาดกับการบริหารเวลาวัยทำงาน

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยทำงานหนุ่มสาวที่ต้องการความก้าวหน้าในองค์กร และนี่คือสิ่งห้ามขาดสำหรับการบริหารเวลาวัยทำงาน

การบริหารเวลาวัยทำงาน

บันทึกอยู่เสมอ เพราะประสบการณ์และการเรียนรู้มักมาหาเราได้เสมอทุกเวลา การพกสมุดโน๊ตหรือใช้โปรแกรมการบันทึกไอเดียสั้น ๆ ลงในมือถือ smartphone เมื่ออยู่นอกบ้าน จะช่วยให้คุณสามารถต่อยอดการปฏิบัติได้ในทันทีเมื่อมีเวลาส่วนตัวพร้อมต่อการทำงานนั้น ๆ การจดบันทึกเสมอยังเป็นการช่วยด้านการพัฒนาสมองให้ได้ใช้งาน ช่วยให้สมองไม่ฝ่อและสามารถทำงานได้อย่างเป็นระเบียบ

เดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การอยู่กับที่ไม่ได้ช่วยด้านไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์แต่อย่างใด แต่การเดินทางจะสร้างมุมมองใหม่ให้กับการใช้ชีวิตรวมถึงการนำเอามาใช้ในเรื่องงานได้ด้วย การเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกจากจะได้ใช้ชีวิตอย่างรีแลกซ์แล้ว ยังได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อีกด้วย การได้เดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ประสบการณ์การเดินทางเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ดีและคุณควรนำเอาประโยชน์จากมันมาใช้ ไม่ใช่เพียงแต่แค่นั่งรถผ่านไปโดยไร้วิสัยทัศน์และการวิเคราะห์ใด ๆ

ทำทีละอย่าง เมื่อถึงเวลาทำงาน ควรทำทีละอย่าง ปิดทีวี ปิดเสียงมือถือ ทำบรรยากาศให้เงียบสงบมากที่สุดเพื่อเอื้อต่อการมีสมาธิในการทำงาน โดยเฉพาะคนที่จิตใจวอกแว่กง่าย วิธีนี้จะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้นอย่างมาก

การสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน บางครั้งการใช้กลิ่นหอมแบบอโรมา ช่วยให้การตั้งสมาธิจดจ่อกับงานในมือเป็นได้อย่างราบรื่นยาวนานขึ้น ลองใช้ผลิตภัณฑ์ปรับบรรยากาศที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบชาเขียว หรือกลิ่นดอกไม้ไม่แรงมากฉีดสเปรย์ห้องทำงานก่อนการเริ่มงานดู

สิ่งห้ามขาดกับการบริหารเวลา

ทำตางรางติดไว้ข้างฝา อย่างที่เราเห็นบ่อยตามองค์กรใหญ่ ๆ หรือในหนังฝรั่งที่จะมีการติด year planner หรือแผนธุรกิจรายเดือนไว้ที่บอร์ดหรือผนังเพื่อกระตุ้นใจให้ฮึกเหิมไม่ขี้เกียจปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ อาจจะใช้ใช้เทคโนโลยีในการเตือน เช่น การตั้งมือถือให้ดังเมื่อถึงใกล้ถึงเวลานัดหมาย การใช้นาฬิกานับถอยหลังเพื่อช่วยกระตุ้นให้คุณ active ขึ้นกับการบริหารเวลาแต่ละชั่วโมง เป็นต้น

การมีวินัย พยายามทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้ เพื่อรักษาเวลาให้ลงล็อคตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ผ่อนปรนกับความขี้เกียจจนทำให้กระทบต่อความสำเร็จของงานชิ้นอื่น ๆ อย่าลืมที่จะแบ่งเวลาเพื่อกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสมดุล อย่าลืมว่าทุกคนสวมหมวกที่มีหน้าที่ต่าง ๆ หลายใบ อย่าปล่อยให้ภาระบางอย่างมากเกินไปจนทำให้งานอีกหลายอย่างต้องเสียหายตาม

ปฏิเสธเสียบ้างกับสิ่งที่ยังไม่สำคัญหรือเร่งด่วน การเกรงใจหรือมีน้ำใจจะเป็นประโยชน์ต่อเมื่อคุณสามารถมีเวลาเหลือพอที่จะไปช่วยคนอื่นได้โดยที่ไม่กระทบต่องานตัวเอง พร้อมทั้งศึกษาแนวทางหรือไอเดียบริหารเวลาของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหรือเหล่าคนดังว่าเขามีตัวช่วยหรือใช้เทคนิคอะไรในแต่ละวันเพื่อให้เวลา 24 ชั่วโมงทรงคุณค่าที่สุด

สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้าม คือ การไม่หยุดเสริมทักษะให้ตัวเอง การทำงานทุกประเภทยิ่งมีทักษะหรือความชำนาญก็ยิ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานเป็นประจำแล้วยังไม่สามารถพิมพ์คีย์บอร์ดแบบสัมผัสได้ ก็ควรพยายามฝึกเพื่อเพิ่มความเร็วและแม่นยำในการพิมพ์ ทำให้มีเวลาเหลือทำสิ่งอื่น ๆ ได้ดีขึ้น

ห้ามขาดกับการบริหารเวลาวัยทำงาน

เทคนิคที่กล่าวมาจะช่วยให้ทุกท่านสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเพิ่มสมดุลให้ชีวิตเป็นอย่างดี

บริหารเวลาทำงาน

18 หลักบริหารเวลาอย่างง่าย งานสำเร็จได้ทุกวัน

18 หลักบริหารเวลาอย่างง่าย งานสำเร็จได้ทุกวัน

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานด้วยความรวดเร็วตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีเพิ่มสูงทั่วโลก ขณะเดียวกัน ก็ต้องหาเทคนิครักษาระดับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไว้ให้ดีอีกด้วย

เราจึงได้รวบรวม 18 หลักการบริหารเวลาที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ ที่นี่

1. แพลนในตารางมือถือ หรือ diary ก่อนนอน ว่าพรุ่งนี้เช้าถึงเย็นต้องทำอะไร-ที่ไหน-กับใครบ้าง

2. ตั้งเวลาเปิดเปิดนาฬิกาไว้ด้วยเสียงที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำตกไหล นกร้อง เพื่อกระตุ้นให้อารมณ์แจ่มใส

3. ตื่นเช้ามาควรทำสามาธิหรือทำใจให้สงบก่อนทำงานเสมอ

4. ช่วงเช้า ทำการทบทวน plan ที่คิดไว้เมื่อคืนคร่าว ๆ อีกครั้งในเวลาไม่เกิน 3 นาที

5. หากมีสิ่งที่เข้ามาเป็น “คิวแทรก” ต้องประเมินว่าด่วนหรือสำคัญเพียงใด

6. ควรเอา “กิจกรรมแทรก” ไปทำช่วงเวลาระหว่างเบรค หรือ แบ่งทอนให้คนอื่นบ้าง

7. ในที่ทำงาน คุยเฮฮากับเพื่อนฝูงได้ แต่ไม่ควรนานเกินไป เพราะทำให้เสียความจดจ่อในการทำงาน

8. ควรทำงานอย่างมีสมาธิ แล้วพักสายตา-คลายเครียดทุก 20-30นาที

9. บิดขี้เกียจ-ยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ เพื่อรีเฟรซ (refresh) ร่างกาย ทำให้สมองแจ่มใสขึ้นในช่วงบ่าย

10.พยายามทำงานให้ได้ตามแผนเวลาที่วางไว้ ไม่ให้พอกพูน ทั้งยังต้องเผื่อเวลาเล็กน้อย สำหรับยืดหยุ่นได้บ้าง

11. หากมีเรื่องไม่สบอารมณ์ ต้องปล่อยวางบ้าง

12. จากข้อ 11. นำความคิดมาไล่เรียงในสมอง ใช้โอกาสตอนประชุม (ทั้งส่วนตัวและทางการ) เสนอแนะหาทางแก้ไขปัญหา

13. ในตอนเช้า หัวสมองยัง “แล่น” ดี เสียงรอบข้างยังเงียบสงบ ควรทำงานที่ต้องใช้สมาธิหรือพลังความคิดสูง

รวบรวม 18 หลักการบริหารเวลาที่ดีที่สุดไว้

14. ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน แทนการจับเข่าคุยกันยาว ๆ

15. ใช้ภาษากาย ภาษามือ หรือสายตา แทนการให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องบ่อย ๆ เพราะแสดงถึงความจริงใจ ทำให้ได้รับความร่วมมือจากการทำงานดีขึ้น ทำให้การบริหารเวลาดีขึ้นตามไปด้วย

16. ไม่เสียเวลาดุว่าลูกน้องเป็นส่วนตัว เพราะทำให้เสียกำลังใจและไม่เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด

17. จ้างมืออาชีพขับรถให้ ลดการขับรถด้วยตัวเอง เพราะสามารถคิดงานและทำงานหลายอย่างในรถได้ และทำให้ลดปัญหาอุบัติภัยจากความใจลอยหรือความอ่อนเพลียได้

18. ทบทวนข้อผิดพลาด-จุดเด่นของตัวเองทุกครั้ง ไม่ว่าทำงานเสร็จตามแพลนในข้อ 1. หรือไม่ เพื่อการแก้ไขในวันต่อไป

การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ วัน ดังที่มีการกล่าวไว้ว่าคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลวต่างกัน จากพื้นฐานคือการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

บริหารเวลาทำงาน

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรบริหารเวลาอย่างไร

ขั้นตอนการวางแผนเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการเวลาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เพราะต้องทำงานหลายอย่างและไม่มีเวลาพอที่จะทำทุกอย่างได้ทั้งหมด จำเป็นต้องรู้วิธีการจัดการเวลาของคุณให้ดีและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ก่อนที่คุณจะเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งสำคัญต้องวางแผนว่าจะใช้เวลาอย่างไร โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนการวางแผนเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

1.ค้นหาข้อบกพร่อง

หากคุณคิดว่าไม่มีเวลาพอ มีงานคั่งค้างไม่ได้ทำ ต้องเขียนจำนวนวันทำงานในแต่ละสัปดาห์ เขียนแผนการใช้เวลาที่คิดว่าเหมาะสม จดบันทึกงานและผลงานสำคัญที่สุด คำนวณว่าควรใช้เวลาเท่าไร จากนั้นค่อยทำงานถัดไปที่สำคัญน้อยลงตามลำดับ เขียนอธิบายว่ารายละเอียดของงานและเหตุผลที่มีความสำคัญหรือไม่สำคัญ ทำตามแผนงาน

2.ติดตามเวลา

ข้อมูลเป็นพื้นฐานสำหรับการปรับพฤติกรรม ตรวจสอบและจดบันทึกว่าตนใช้เวลาไปอย่างไร เช่น

การสร้างหมวดหมู่เวลา กิจกรรมที่คุณมักจะทำคืออะไร เช่น การประชุม งานขาย จัดการกับใบแจ้งหนี้และงานเอกสาร เขียนสิ่งต่างๆ ที่ทำในแต่ละวันเป็นหมวดหมู่ ตรวจสอบผลงานว่าใช้เวลาไปอย่าง ประมาณ 1-2 สัปดาห์

ใส่ใจสิ่งที่ทำ การบริหารเวลาเป็นเรื่องยากเพราะคุณไม่เคยให้ความสนใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำอย่างหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปทำอีกอย่าง แทนการทำงานให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ ไป อาจเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เสียเวลาโดยไม่รู้ตัว

หลังจากติดตามเวลาครบกำหนดแล้ว รวบรวมข้อมูลที่บันทึกไว้ ดูแต่ละหมวดหมู่ว่าอะไรใช้เวลามากที่สุดหรือถ้าบางประเภทใช้เวลามากกว่างานอื่น ๆ ลองใช้แอปพลิเคชันนาฬิกาจับเวลาลดชั่วโมงการทำงานในแต่ละสัปดาห์ที่สิ้นเปลืองไปกับการป้อนข้อมูลและข้อผิดพลาดในการทำงาน

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรบริหารเวลาอย่างไร

3.เปรียบเทียบสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ทำไปแล้ว

ดูรายการแรกที่ระบุสิ่งสำคัญที่สุด เปรียบเทียบข้อมูลจากเวลาที่บันทึกไว้ ดูว่าได้ทุ่มเทเวลามากที่สุดให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันแสดงว่าสิ่งสำคัญรายการแรกอาจไม่ถูกต้อง เพราะความไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วงานใดสำคัญที่สุดในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้า หรือสิ่งสำคัญรายการแรกถูกต้องแล้ว แต่ยังบริหารจัดการกับเวลาไม่ดีพอ จำเป็นเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการเวลาให้เหมาะสม

4.ปรับวิธีการบริหารงานและบริหารเวลา

มองหากิจกรรมที่ใช้เวลามาก มีผลประโยชน์น้อย หรือทำให้เสียสมาธิจากงานที่สำคัญมาก ควรตัดสินใจมอบหมายงานที่ไม่สำคัญให้พนักงานคนอื่นทำแทน หรือจ้างพนักงานมากขึ้นเพื่อให้เข้ามาแบ่งเบาภาระงาน โดยที่เจ้าของธุรกิจไม่ต้องลงมือทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง พิจารณาตัดทอนบางสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องทำหรือเปลี่ยนวิธีการให้แตกต่างออกไปเพื่อให้ใช้เวลาน้อยลง โดยปกติการประชุมต้องเสียเวลามาก ควรลดการประชุมลงบ้างหรือจัดให้มีการประชุมสั้น ๆ เพื่อให้เสียเวลาทำงานน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ธุรกิจและการงานจะมีความก้าวหน้าถ้ามีการจัดการที่ดี เทคนิคเหล่านี้ช่วยคุณได้