Browse Category by เรื่องของเวลา
เรื่องของเวลา

วิธีบริหารเวลาขั้นเทพ 2019 ทำอย่างไรให้คุ้มค่า

วิธีบริหารเวลาขั้นเทพ 2019 ทำอย่างไรให้คุ้มค่า

ในแต่ละวันเรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ การ บริหารเวลา ที่มีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน จึงส่งผลต่อระดับการประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งด้านการงาน การเงิน และชีวิตส่วนตัว การบริหารเวลาที่ลงตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้สูง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียนหรือทำงาน

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้ มาฝากกัน ดังนี้

1. ใส่ใจเฉพาะเรื่องสำคัญ มองข้ามเรื่องหยุมหยิมบ้าง

การใส่ใจในทุกเรื่องและทุกรายละเอียด จะทำให้เสียเวลาที่มีคุณค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่เห็นได้ชัดคือ การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่ผู้บริหารส่วนมากจะเลือกเสื้อผ้าแบบเดียวกัน เป็นสูทเข้มและเสื้อเชิ้ตสีพื้น ที่ทำให้ไม่ต้องเลือกมากในการแต่งกาย แม้แต่ผู้บริหารชั้นนำรุ่นใหม่ อย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ใช้เสื้อยืดสีพื้นใส่คู่กับกางเกงยีนส์ในการทำงานทุกวัน ทั้งนี้ เพราะคนเหล่านี้เลือกใช้เวลาไปกับเรื่องที่สามารถสร้างรายได้หรือทำให้มีการเติบโตทางธุรกิจมากกว่า การเลือกเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันนั่นเอง

2. มีการวางแผนตารางเวลาและวิเคราะห์จุดอ่อนสม่ำเสมอ

นอกจากนักบริหารที่ต้องมีตารางเวลาเคร่งครัดแล้ว ผู้ที่ทำงานด้านวงการบันเทิงอย่างดาราฮอลลีวู้ด พิธีกร youtuber ชื่อดังจำนวนมาก จะมีตารางเวลาที่กำหนดไว้ เช่น การออกกำลังกายในช่วงเช้าก่อนการไปทำงาน เพื่อทำให้รูปร่างสวยงามสมส่วน และทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ และหากทำไม่ได้ตามเป้าหมายในตาราง ก็จะทำการวิเคราะห์ตัวเองว่าเกิดจากจุดด้อยอย่างไร เพื่อทำการแก้ไขโดยเร่งด่วน จะทำให้การบริหารเวลาในวันต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. ลำดับความสัมพันธ์ให้เป็นแบบมืออาชีพ

งานแต่ละชิ้นจะมีความสำคัญและการเร่งด่วนไม่เท่ากัน งานบางอย่างยังต้องใช้พลังความคิด ใช้แรงงานในการปฏิบัติ หรือต้องประสานงานกับบุคคลต่าง ๆ ในวงการธุรกิจ เช่น ลูกค้า แผนกกฎหมาย ฝ่ายบุคคล ฯลฯ ซึ่งล้วนต้องใช้ทักษะและเวลาไม่เท่ากัน ผู้ที่ประสบความสำเร็จในทุกวงการ มักเลือกงานที่สำคัญมากที่สุดและต้องใช้พลังกายและใจมากที่สุด ทำให้สำเร็จเป็นอันดับต้น ๆ ของวัน เพราะร่างกายได้รับการพักผ่อนมาอย่างเต็มที่ตลอดคืน จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการคิดได้อย่างโลดแล่น มองการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ส่วนงานที่สำคัญน้อยกว่าจะทำในช่วงบ่ายหรือตอนเย็น หรือยกให้ผู้อื่นช่วยประสานงานแทน

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพที่ยกตัวอย่างมา เป็นสิ่งที่เราทุกคนนำไปใช้ได้ในทุกสาขาอาชีพ ขอเพียงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในทุกด้าน ก็ย่อมทำให้การบริหารเวลามีประสิทธิภาพ สามารถใช้เวลาในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพ

เรื่องของเวลา

เคล็ดลับ บริหารเวลา ใช้เวลาช่วงเย็นอย่างมีคุณภาพ

วิธีการแก้ปัญหา การบริหารเวลาสำหรับพ่อแม่

สังคมทุกวันนี้ครอบครัวในเมืองใหญ่มีเวลาให้กันน้อยลง ทุกคนรีบเร่งออกไปทำงานและไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า ตอนเย็นฝ่ารถติดกลับมาต่างก็เหนื่อยล้า โอกาสจะชวนกันคุยหรือหากิจกรรมทำด้วยกันน้อยลง ยิ่งเด็กสมัยนี้ติดโทรศัพท์มือถือ เล่นเกมและแชทกับเพื่อน ๆ ไม่สนใจสิ่งอื่น เวลาของครอบครัวยิ่งเหลือน้อยนิด ทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้น วิธีการแก้ปัญหาคือพ่อแม่ควรริเริ่มบริหารเวลาช่วงบ่ายหลังจากโรงเรียนเลิก มองหาเคล็ดลับบางอย่างเป็นช่วยให้จัดการเวลาแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ มีคำแนะนำที่คุณทำได้มาฝากกันดังนี้

วิธีการแก้ปัญหา การบริหารเวลาสำหรับพ่อแม่

วางแผนปฏิทินครอบครัวร่วมกัน

ภายในเวลากว่า 3-6 ชั่วโมงก่อนนอนมีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำ รวมถึงเรียนพิเศษ ฝึกซ้อมกีฬา ทำการบ้าน ไปจนถึงอาหารเย็น การบริหารเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำให้ง่ายได้ ด้วยการวางแผนตารางเวลาครอบครัวให้เหลือกับการทำงาน เพียงจดบันทึกบนปฏิทินว่าวันไหนเด็ก ๆ มีกิจกรรมพิเศษอะไรบ้าง ช่วยให้ง่ายต่อการจัดระเบียบกิจวัตรประจำวัน รู้เวลาที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าหลังเลิกเรียนในแต่ละวันเพื่อวางแผนใช้เวลากับลูก ๆ อย่างมีคุณภาพ แม้มีเวลาจำกัด แต่ก็ทำให้เกิดประโยชน์ได้

มอบหมายงานบ้านให้ลูกรับผิดชอบ

พ่อแม่ต่างมีภาระหน้าที่หลายอย่าง ลองมอบหมายภารกิจให้ลูก ๆ ทำคนละอย่างช่วยเบาแรงพ่อแม่ได้ การแบ่งงานควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย ความถนัด และความพอใจของแต่ละคน เริ่มต้นด้วยสิ่งง่าย ๆ เช่น ตารางทิ้งขยะ เก็บพับผ้า เด็กหลายคนชอบมีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวันของครอบครัว แทนที่กลับบ้านมาแล้วต่างคนแยกไปอยู่ลำพัง ทุกคนกลับมารวมกันทำอาหารหรือช่วยทำความสะอาด ทำให้งานบ้านที่ดูน่าเบื่อกลับเป็นดูน่าสนุก ส่วนใหญ่เด็ก ๆ ที่ช่วยทำงานบ้านมักจะฝึกความรับผิดชอบและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ

บริหารเวลาใช้สมาร์ทโฟนอย่างเหมาะสม

การซื้อโทรศัพท์มือถือให้เด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยหากสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเช่น การแชร์รายการของชำให้กัน เด็กอาจส่งข้อความเตือนพ่อแม่ว่าซอสมะเขือเทศใกล้หมดแล้ว ขณะเดียวกันพ่อแม่ควรใช้แอปพลิเคชั่นจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟนของเด็กแต่ละคน รวมถึงช่วงเวลาไหนไม่ควรเล่นมือถือ เช่น ระหว่างกินมื้อเย็นด้วยกัน เพื่อให้อุปกรณ์ดิจิทัลสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าต่างคนก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์ของตนเอง

เตรียมอาหารมื้อเย็นแบบง่าย ๆ

ไม่ว่ามื้อเย็นจะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรือเข้าครัวทำเอง ควรเตรียมพร้อมให้เสร็จในครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น เพื่อให้ครอบครัวมีเวลานั่งรับประทานมื้อเย็นด้วยกันนานขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น หากเลือกเมนูที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ยิ่งใช้เวลาทำอาหารมากเท่าไร เวลาปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวยิ่งลดน้อยลง หรือถ้าเลือกสั่งซื้อกลับบ้าน พ่อแม่สามารถประหยัดเวลาด้วยการใช้แอปพลิเคชันสั่งซื้ออาหารล่วงหน้าได้เสมอ

เปลี่ยนมาซื้อสินค้าออนไลน์

การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมีข้อดีทั้งเรื่องความสะดวกและประหยัดเวลา อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายจัดส่งเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเวลา แทนที่หลังเลิกงานจะออกไปจับจ่ายซื้อของใช้บ้าน เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ยาสีฟัน กระดาษชำระ ในปัจจุบันมีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งให้บริการสั่งซื้อออนไลน์และส่งให้ถึงบ้าน ประหยัดเวลาและไม่สิ้นเปลืองค่าน้ำมันรถด้วย

นอกจากนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ยังเป็นโอกาสให้วางแผนทำกิจกรรมในบ้านและนอกบ้านด้วยกัน ชมภาพยนตร์ เล่นเกม ขี่จักรยาน เล่นกีฬา ปลูกต้นไม้ งานอดิเรกต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนกระตุ้นให้พ่อแม่ลูกพูดคุยและใกล้ชิดกันมากขึ้น

เคล็ดลับ บริหารเวลา ใช้เวลาช่วงเย็นอย่างมีคุณภาพ

เรื่องของเวลา

เคล็ดลับการบริหารเวลาเพื่อความสมดุลของชีวิตและการทำงาน

การบริหารเวลาเป็นหนึ่งในทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากแบ่งเวลาไม่เป็น ชีวิตแต่ละวันคงยุ่งเหยิง ไม่รู้ว่าสิ่งใดสำคัญ สิ่งใดควรทำให้เสร็จก่อน คนที่มีเป้าหมายการทำงานและเตรียมตัวสู่อนาคตที่ดีควรจริงจังกับเวลา ไม่สิ้นเปลืองนาทีอันมีค่าไปกับเรื่องยิบย่อย เคล็ดลับการจัดการกับเวลามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเป้าหมายแบบไหน มีอะไรเป็นอุปสรรค นิสัยเสียที่ต้องเลิก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตลอดเวลาเท่านั้น แต่การบริหารเวลาส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิต ทุกกิจวัตรประจำวันเสร็จเรียบร้อยโดยไม่รู้สึกว่าทำงานหนักเกินไป ทั้งยังมีเวลาพักผ่อนเต็มเปี่ยมและมีสุขภาพดี สูตรสำเร็จการบริหารเวลามีดังนี้

1.ตั้งเป้าหมายและสร้างวินัย ก่อนอื่นต้องกำหนดเป้าหมายกิจวัตรในแต่ละวัน จัดตารางเวลาที่เหมาะสมและปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น วันที่มีภารกิจสำคัญอาจจะต้องให้เวลากับงานมาก ลดกิจกรรมการออกกำลังกายและอ่านหนังสือ

2.ลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ตั้งเป้าหมายอย่างถูกต้องแล้วเริ่มต้นวันใหม่ตามตารางเวลาอย่างมีวินัย การบริหารเวลานั้นไม่มีสูตรตายตัว แต่ละคนต้องทบทวนช่วงสิ้นสุดวันว่าบรรลุเป้าหมายหรือไม่ มีอะไรที่ยังไม่เสร็จและมีความจำเป็นเร่งด่วนในรายการสิ่งที่ต้องทำในวันต่อไป

3.ประเมินผลในรอบสัปดาห์ โดยจดบันทึกทุกสิ่งที่ต้องทำลงในสมุดบันทึกหรือโทรศัพท์ แบ่งเวลาเป็นช่วง ๆ ดูว่าในแต่ละชั่วโมงใช้เวลาอย่างไร เสียเวลาไปกับอะไร จากนั้นนับจำนวนเวลาที่สิ้นเปลืองไปอย่างไม่สมเหตุสมผล ช่วยให้กำจัดนิสัยไม่ดี เช่น เล่นเกม, ท่องโซเชียลมีเดีย ออกไปดื่มกับเพื่อนบ่อย ๆ ประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าเสียเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้มากขนาดไหน ปรับตารางสิ่งที่ต้องทำใหม่ช่วยให้จัดการกับเวลาโดยรวมดีขึ้น

4.วางแผนสิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์ถัดไป เพื่อให้ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะภารกิจสำคัญที่สุดในแต่ละวันควรทำให้เสร็จในช่วงเช้า

5.นั่งสมาธิและออกกำลังกายทุกเช้า ช่วยรักษาสมดุลของสภาพร่างกายและจิตใจ คุณอาจสงสัยว่าจะช่วยให้จัดการเวลาดีขึ้นได้อย่างไร ความจริงแล้วส่งผลดีการนั่งสมาธิทำให้ผ่อนคลาย จิตใจแข็งแกร่ง ส่วนคนที่ออกกำลังกายตอนเช้าเป็นประจำทำให้ร่างกายมีพลัง สมาธิดี สมองจดจำแม่นยำ สามารถจัดการกับงานที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น

6.หยุดพักบ้าง ควรทำงาน 1 ชั่วโมงแล้วหยุดพัก 15 นาที หรือปรับให้เหมาะสมเพื่อรักษาสภาพจิตใจและอารมณ์ให้ผ่อนคลาย ลดความเครียดได้และมีพลังทำงานต่ออย่างเต็มประสิทธิภาพ

เคล็ดลับการจัดการกับเวลามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเป้าหมายแบบไหน มีอะไรเป็นอุปสรรค นิสัยเสียที่ต้องเลิก ชีวิตคนเรานั้นมีความไม่แน่นอน การบริหารเวลาที่ดีจะช่วยให้ไม่ทุ่มเทส่วนใหญ่ทำงานหนักทั้งชีวิต แต่ยังได้ทำในสิ่งชอบด้วย มีเวลาดูหนัง ฟังเพลงโปรด เดินเล่นในสวนสาธารณะ เพียงเริ่มวางแผนเป็นประจำทุกวัน การบริหารเวลาก็จะกลายเป็นนิสัย สามารถจัดการกับเวลาได้ง่ายกว่าที่คิด

ตั้งเป้าหมายและสร้างวินัย

เรื่องของเวลา

เทคนิคการบริหารเวลา

การบริหารเวลา

คุณมักจะบอกกับตัวเองและคนรอบข้างว่า “ไม่มีเวลา” แล้วอีกกี่ครั้งที่คุณต้องนั่งหายใจทิ้ง และปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ความจริงเวลานั้นมีเท่ากันทุกวัน แต่คุณกลับใช้มันอย่างไม่มีประโยชน์จนทำให้รู้สึกว่าเวลามันน้อยลงไปทุกวัน และยิ่งคุณปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปเท่าไหร่คุณจะยิ่งกังวลมากขึ้น และจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หายไป ซึ่งเคล็ดลับการบริหารเวลานั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวคุณเอง และปฎิบัติตามอย่างเคร่งคัด โดยเริ่มจากการ

1. จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

คุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าในแต่ละวันคุณต้องทำอะไรบ้าง และใช้เวลาในการทำสิ่ง ๆ นั้นเท่าไหร่ และลองทำตามที่คุณจดบันทึกไว้ให้ได้ และพิจารณาว่าสิ่งที่เราได้ทำไปมันสมดุลกันแล้วหรือยัง ได้เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่าลงทุนไปพนัน Hero88 ไปเท่าไหร่ และกี่ครั้งที่เราคอยผลัดมันไปตลอดทุกวัน คุณควรปรับปรุงเวลาของตนเองในเรื่องใดมากขึ้น

2. วางแผนเวลาการทำงานไว้ล่วงหน้า

ในแต่ละวันเราจะต้องทำงานในระยะเวลา 7-8 ชั่วโมง และควรวางแผนการทำงานล่วงหน้าไว้ และจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำว่างานไหนสำคัญก็ควรทำงานนั้นก่อน และงานไหนที่มีความยากก็ควรทำงานนั้นก่อน

3. เพิ่มเวลา

ถ้าคุณคิดว่าเวลาที่มีไม่พอสำหรับคุณ คุณก็ควรเพิ่มเวลให้กับตนเอง อย่างเช่นการตื่นเช้ากว่าเดิม หรือมีที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อที่จะประหยัดเวลาในการเดินทาง และยิ่งคุณทำงานอยู่ในกรุงเทพ ก็ควรมีที่พักที่ใกล้ที่ทำงานเข้า ยิ่งเดินไปได้ยิ่งดี เพราะเรื่องรถติดที่กรุงเทพนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย

เทคนิคการบริหารเวลา

เรื่องของเวลา

ชวนปรับกิจวัตร เพื่อการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพ ปี 2019

ปรับกิจวัตร 2019

เวลา เป็นสิ่งมีค่ามากอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโลกหมุนไวขึ้น การเรียนการแข่งขัน เราอยู่ในยุค 5g ที่ทุกอย่างต้องมีความฉับไว จะต้องปรับกิจวัตรอย่างไร ให้บริหารเวลาได้ดีขึ้น มาดูกันเลย

1. นอนให้พอ 7 ถึง 8 ชั่วโมง

การจะฟื้นฟูพลังร่างกายและสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ตลอดทั้งวัน คนเราต้องการชั่วโมงการนอนประมาณ 7-8 ชั่วโมง ต่อวัน การโหมงานหนัก นอนน้อย เป็นการทำร้ายร่างกายในระยะยาว ทั้งนี้ประเด็นสำคัญ คือช่วงเวลาในการนอนหลับสนิทที่มีการศึกษาไว้ว่า จะทำให้มีการหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมร่างกายคือ ช่วงประมาณ 5 ทุ่มถึงตี 2 นับว่าเป็นเวลาทองที่จะทำให้การบริหารเวลาในช่วงกลางวันมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ไม่วอกแวกไปกับสื่อโซเชียล

หากเรามองผู้ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือการเรียน เขาเหล่านั้นมักจะแยกแยะเวลาในการทำงานออกจากการเล่นสื่อโซเชียล อย่างเช่น Facebook LINE Instagram หรือมัวแต่นั่งเล่นเว็บแทงบอลออนไลน์มีการตั้งเป็นระบบสั่น ปิดเสียงเมื่อประชุม รวมถึงการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือจินตนาการสูง เป็นต้น หรือแม้แต่เวลาออกกำลังกายก็จะทุ่มเทเต็มที่ ทำให้มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากที่สุด หลายคนอาจจะรู้สึกได้จากประสบการณ์ตัวเองว่าการตอบข้อความในโทรศัพท์ไปพร้อมกับการทำงานอื่น ๆ มักจะทำให้การบริหารเวลาไม่เป็นไปตามแผน ประสิทธิภาพของงานตกต่ำลง หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดู เชื่อมั่นว่าผลงานดีขึ้นและจบงานได้ในเวลาเร็วขึ้น

3. หมั่นออกกําลังกายให้เป็นกิจวัตร

แม้ว่าจะดูเหมือนต้องแบ่งเวลาไปให้กับการออกกำลังกาย หลายคนก็จะเกิดคำถามว่าแล้วจะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ประเด็นนี้ต้องตอบว่าเป็นเรื่องของชีววิทยาของมนุษย์ ถ้าร่างกายมีการสร้างสมดุล มีการปรับฮอร์โมน สารในสมอง ด้วยการขยับร่างกายเป็นประจำ เพียงวันละครึ่งชั่วโมง 1-2 เดือนต่อเนื่อง จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้น พลังสมองจะโลดแล่น ทำให้งานทุกชิ้นสำเร็จได้ไวขึ้น การวางแผนสิ่งใดจะชัดเจนขึ้น ลดการแก้ไขงานหรือความคิดฟุ้งซ่านที่จะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมหันมาออกกำลังกายกันให้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าการบริหารเวลาที่ประสบความสำเร็จต้องมาจากการปรับปรุงกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานให้มีแบบแผนที่สอดคล้องกับหลักทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่ชี้ประเด็นเรื่องการนอนหลับ การออกกำลังกาย และการฝึกสติสมาธิเป็นประจำ จะลดความคิดฟุ้งซ่าน ความวอกแวกที่จะบั่นทอนการทำงานให้สำเร็จได้ เชื่อมั่นว่าหากทำตามที่กล่าวมา ย่อมจะทำให้การบริหารเวลาของทุกท่านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในไม่ช้า

เรื่องของเวลา

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร

ในการใช้เวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันให้เต็มที่ เกิดประโยชน์ทั้งการงานและชีวิตส่วนตัว จำเป็นต้องรู้จักบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคนรุ่นใหม่กำลังอยู่ในยุคที่โลกหมุนมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการงานมากมายเข้ามาให้ทำตลอด จะบริหารเวลาอย่างไรดี มาดูพร้อมกันเลย

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

ตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นแต่เช้า

การตั้งใจตื่นนอนแต่เช้าจะเป็นโอกาสในการให้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ อย่างมีพลังสมองเหลือเฟือมากกว่าการทำงานเวลาดึกดื่นจนตีสาม ทั้งยังทำให้มีช่วงเวลาแห่งการออกกำลังกายสักครึ่งชั่วโมงทุกวันก่อนไปทำงานเพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข อันทำให้คุณมีความคิดความอ่านที่โลดแล่นได้ตลอดวันด้วย

การมีแผนการใช้เวลา หรือตารางงานในแต่ละวันที่ชัดเจน

เป็นสิ่งที่ช่วยให้ไม่ต้องคิดวกวนว่าจะต้องทำอะไรบ้างในตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ มีเวลาให้คุณไปคิดงานใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะลืมการนัดหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้แอพพลิเคชั่นในการจัดตารางนัดหมาย และสามารถปลุกสั่นหรือเป็นเสียงได้ตามเวลาที่กำหนด ก็ยิ่งทำให้การบริหารเวลามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่วุ่นวายสับสนด้วย

การให้ความสำคัญกับงานไม่เท่ากัน

งานแต่ละชิ้นมีความจำเป็นที่ต้องทำเร่งด่วนแตกต่างกัน บางอย่างหากไม่ทำจะส่งผลเสียต่อบริษัทมาก ๆ เช่น การนัดลูกค้า การประชุมงาน ฯลฯ บางอย่างเป็นเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ เช่น การกินข้าวกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน การไปเยี่ยมญาติที่กำลังป่วยที่โรงพยาบาล เป็นต้น ควรต้องเรียงว่าสิ่งใดต้องทำก่อนหลังด้วย การนำคีย์เวิร์ดว่า จำเป็น เร่งด่วน สำคัญ ใส่ลงไปในงานนั้น ๆ หรือจะ highlight สีที่งานนั้นในสมุดนัดหมาย ก็ยิ่งเป็นการดี

แบ่งเวลาให้ถูกกับสถานที่

เมื่ออยู่ในที่ทำงาน ก็ควรมีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้า ไม่ควรคุยโทรศัพท์กับเพื่อนจน ทำให้งานเสียหาย หรือทำให้หัวหน้าเขม่นว่าเป็นการเบียดบังเวลางานมาใช้โทรศัพท์ และเมื่อกลับไปบ้าน ก็ไม่ควรนำงานกองโตกลับไปทำ จนไม่มีเวลาให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะกับพ่อแม่ คู่สมรส และบุตรหลาน ที่ในแต่ละวันมีชั่วโมงที่จะได้พูดคุยกันน้อยอยู่แล้ว

งานยาก งานที่ต้องคิดเยอะ ให้รีบทำก่อน

งานที่ต้องรีบทำให้เสร็จโดยไว คือ งานที่ต้องใช้สมาธิและกำลังสมองเยอะ ยิ่งหากเป็นงานยากที่ไม่คุ้นเคย ก็ยิ่งต้องทุ่มเทพลังงานทั้งลงไป แต่ก็จะทำให้คุณรู้สึกประสบความสำเร็จ และมีกำลังใจกลับมาอีกเท่าทวีคูณเมื่องานนั้นจบ

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร มีประสิทธิภาพ

หวังว่าผู้อ่านที่เป็นคนรุ่นใหม่จะได้ประโยชน์จากวิธีการบริหารเวลาที่เราได้นำเสนอไปให้สามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน และทำให้การแบ่งเวลาให้งานและชีวิตครอบครัวลงตัวขึ้น

เรื่องของเวลา

สูตรการบริหารเวลา หากทำได้ ย่อมประสบความสำเร็จ

เรื่องของเวลา

ในหนึ่งวันเรามีเวลาเท่าเทียมกันกับคนอื่น ๆ ทั่วโลก แต่ทำไมเราถึงไม่สามารถทำเวลาเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้เท่ากับคนอื่น ๆ การบริหารเวลาจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ที่จะช่วยทำให้เราวางแผนและจัดการสิ่งต่าง ๆ ภายในช่วงเวลาที่เรามีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ความสำเร็จได้ดั่งใจมักจะเกิดขึ้นจากการบริหารเวลาให้เป็นเป็นหลัก การใช้เวลาน้อยที่สุดแต่กลับได้งานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ย่อมเป็นสิ่งที่เราควรมองหาและไขว่คว้าเป็นหลัก เมื่อการบริหารเวลาสำคัญเช่นนี้ วันนี้เราจึงขอนำเสนอ สูตรที่ใช้ในการบริหารเวลา หากได้ทำย่อมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

จะบริหารเวลาให้ดี ต้องบันทึกสิ่งที่ต้องทำ – หากเราต้องการบริหารเวลาให้ดี ให้มีความเหมาะสม เราจะต้องพยายามบันทึกเรื่องราวที่เราจะต้องทำในแต่ละวัน พร้อมทั้งจัดสรรเวลาในทันที โดยเรียงลำดับความสำคัญของงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราจะต้องทำ ซึ่งเราจะต้องระบุเวลาทันทีเลยว่า เราจะทำอะไร ประมาณไหน ซึ่งในช่วงแรก ๆ ที่เราได้เริ่มต้นทำเช่นนี้ เราอาจจะไม่คุ้นเคยเสียเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากทำเป็นประจำด้วยระยะเวลาไม่นาน คุณจะรู้สึกชินไปเอง

พยายามจัดโต๊ะทำงานให้ดูดีและเป็นระเบียบ – ไม่ว่าจะหยิบจังสิ่งของอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เราจะสามารถหยิบจับขึ้นมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราได้จัดสิ่งของบนโต๊ะทำงานเอาไว้เป็นระบบและมีระเบียบ และวิธีนี้ก็คือวิธีในการประหยัดเวลาอีกวิธีหนึ่ง นั่นเอง

ต้องแบ่งงานออกเป็นส่วนๆให้ได้ – การแบ่งงานออกมาเป็นส่วน ๆ จะส่งผลทำให้เราสามารถบริหารเวลาได้มากยิ่งขึ้น งานไหนของใคร ใครเป็นคนทำ หรือจะหาคนมาช่วยทำงานก็สามารถทำได้ ซึ่งงานที่ได้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

อย่ามัวแต่คิด เมื่อวางแผนได้แล้วต้องลงมือทำเลย – การลงมือทำทันทีย่อมเป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน อย่ามัวแต่ลังเล อย่ามัวแต่คิดคอยจด ๆ จ้อง ๆ ว่าจะทำ หากทุกอย่างพร้อมแล้วให้คุณเริ่มลงมือทำไปก่อน อย่าพึ่งคาดหวังกับสิ่งใด โดยเฉพาะความสมบูรณ์แบบของงาน

นอกจากนี้เรายังคงสามารถบริหารเวลาได้ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถช่วยเหลือให้เราทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทุกอย่างจะง่ายขึ้นหากคุณสามารถเลือกใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เพราะทุกอย่างจะดูง่ายและสะดวกสบายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เรื่องของเวลา

การจัดสรรเรื่องเวลา ทำยากแต่ควรทำ

รู้จักแบ่งเวลา

ในชีวิตคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน มีเวลาการใช้ชีวิตในแต่ละวันเท่ากันแต่ทำไมบางคนถึงใช้เวลาได้คุ้มค่า บางคนใช้เวลาไม่คุ้มค่า นั่นคือเป็นเพราะไม่แต่ละคนใช้ วิธีบริหารเวลาไม่เหมือนกัน และขึ้นอยู่กับการฝึกหรือการอบรมกันตั้งแต่เด็กๆ บางคนสามารถปรับตัวได้ตอนทำงานหรือตอนเรียน แต่บางคนทำไม่ได้จนแก่เลยก็มี ซึ่งเรื่องการ วิธีบริหารเวลา นั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเคยชินและทำซ้ำๆเป็นกิจวัตรประจำวัน จนความคิดและร่างกายปรับสมดุลให้เข้ากับ วิธีบริหารเวลา ที่ใช้ในแต่ละคนจึงจะบังเกิดผล แต่มันก็มีปัจจัยภายนอกมาเป็นองค์ประกอบด้วย ซึ่ง วิธีบริหารเวลา สำหรับชีวิตประจำวันแบบเบื้องต้นที่จะแนะนำให้ลองฝึกกันดูก็ง่ายดังนี้

  1. กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอน ซึ่งอันนี้ถือเป็น วิธีบริหารเวลา ขั้นพื้นฐานที่ควรฝึกกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะมันมีผลกับสุขภาพและการกำหนดเวลานอนเวลาตื่นจะช่วยให้เราจัดสรรเวลาในช่วงอื่นๆได้ง่ายขึ้น
  2. กำหนดเวลาในตารางชีวิตแต่ละวัน ข้อนี้หากบ้านไหนมีเด็กๆควรฝึกให้ชินกันไว้เลยเช่น ตื่นนอนกี่โมง, ทานอาหารเช้ากี่โมง, เดินทางไปเรียนตอนไหน, หลังเลิกเรียนจนถึงเข้านอนควรทำอะไร ซึ่งหากเราสังเกตกันดีๆสมัยเราเรียนก็จะมีตารางเรียนเป็นรายชั่วโมงนั่นก็เหมือนกับการบริหารเวลาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอเข้าวัยมหาลัยหรือวัยทำงานหลายคนตารางเวลารวนหมด
  3. ในชีวิตการทำงานแน่นอนว่าเวลากว่า 10 ชั่วโมงหมดไปกับการทำงานและใน 10 ชั่วโมงนั้นเราทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ นี่คือสิ่งที่คนทำงานหลายคนบ่นเสมอว่าทำงานไม่ทัน ทำงานไม่เสร็จ สาเหตุที่ไม่เสร็จและไม่ทันมันเพราะไม่รู้ วิธีบริหารเวลา หรือแบ่งเวลาไม่ถูกต้อง หลายคนใช้เวลากับเรื่องอื่นมากกว่าการทำงาน ซึ่งส่งผลกับหน้าที่การงาน และยิ่งหากทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาและมีการเดินทางเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งควรทำตารางเวลาสำหรับการทำงานและเผื่อเวลาเดินทางไว้ด้วยจะดีมาก
  4. วางแผนจัดการชีวิตเป็นรายสัปดาห์ แน่นอนว่าทุกๆคนใช้ชีวิตซ้ำๆกันเหมือนทุกวันคือ ตื่นนอน ไปทำงาน ไปเรียน เดินทาง นอน กิน หลักๆมีอยู่แค่นี้ และมีเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องเสริม แน่นอนว่าเราสามารถจัดตารางชีวิตหลักๆได้ว่าเวลาไหนจะทำอะไร เวลาไหนไปทำอะไร ไม่ว่าจะเที่ยว หรือ ไปออกกำลังกาย ไปพักผ่อน หรือมีอื่นๆเสริมเข้ามา หากเรารู้จักทำตารางชีวิตไม่ว่าจะเป็นการบันทึกในสมุดโน๊ต หรือ บันทึกในสมาร์ทโฟน มันจะทำให้เรารู้ว่าเวลาไหนทำอะไรโดยอัติโนมัติและกระบวนการความคิดก็จะถูกจัดไปตามตารางเวลาชีวิตของเราด้วย

แม้ว่าที่กล่าวมาจะดูยากซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการทำให้ชินและรู้สึกว่าการบริหารเวลามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่เราก็ต้องทำและควรเริ่มทำหรือเริ่มฝึกเมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่เป็นเวลาแล้วหรือมีลูกก็ฝึกกันไว้เลยเพราะการที่เราสามารบริหารเวลาหรือรู้จัก วิธีบริหารเวลาในชีวิตมันจะทำให้เราเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและสามารถวางแผนชีวิตได้ดีกว่าคนที่ไม่มีระเบียบหรือไม่รู้จักแบ่งเวลานั่นเอง…

แบ่งเวลาให้ดี

เรื่องของเวลา

“เวลา” สิ่งที่มีค่ามากในชีวิต

เวลาที่เหลืออยู่

ไม่ว่าคุณจะรู้สึกหดหู่กับชีวิต ที่รู้สึกเกิดมาไม่มีอะไรดีนัก ไม่ได้เกิดมารวย ไม่ได้เป็นเศรษฐี ไม่ได้หน้าตาดี ไม่ได้มีคนรักมากมายอะไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ละคนย่อมมีบุญของชาติก่อนที่ได้รับมาแตกต่างกัน บางคนก็เกิดเป็นลูกเศรษฐีมีครบทุกอย่าง บางคนก็เกิดเป็นลูกยาจกต้องดิ้นรนขวนขวายด้วยตัวเอง

สิ่งที่มีค่ามากกว่าสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่นั้น มันมีอยู่อย่างหนึ่งที่น่าสนใจและทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันเกือบหมด นั่นคือ “เวลา” โดยเวลาของแต่ละคนนั้นจะมีอายุขัยที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันคือราว 60 ถึง 80 ปีก็จะเสียชีวิตกันโดยส่วนมาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้จักดูแลสุขภาพดีแค่ไหน รวมไปถึงเราเป็นโรคติดเชื้อมาจากกรรมพันธุ์หรือเป็นโรคร้ายแรงหรือเปล่า หากเป็นโรคร้ายแรง เราก็จะมีเวลาชีวิตน้อยกว่าคนอื่นโดยรวม อย่างไรก็ดี ไม่ว่าเราจะมีอายุที่ยืนยาวหรือรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอผิดปกติจากคนทั่วไป เวลาก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญมากอยู่เสมอ

ทำได้เกือบทุกอย่าง ถ้ามีเวลาเหลือ

เราจะสามารถปั้นตัวเองให้กลายเป็นเศรษฐี ได้เราก็ต้องใช้เวลา เราจะพยายามขวนขวายจีบคนที่ดูสวยดูหล่อให้มาเป็นแฟน เราก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาเป็นองค์ประกอบ เราจะพยายามปรับทัศนคติตัวเอง พยายามนั่งสมาธิฝึกปฏิบัติตนให้มีใจสงบ เราก็ต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะอารมณ์ของตัวเราเอง ดังนั้น เวลาจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามาก บล็อกนี้เราจะมาพูดกันเรื่องของการบริหารจัดการเวลาให้ดีที่สุดต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน

การที่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์นั้น มันก็เหมือนกับว่าเรากำลังล้าหลังคนอื่นไปอยู่เรื่อยทุกวัน น้อยคนนักที่ไม่อยากมีเวลาในชีวิตเยอะ ส่วนมากเราก็อยากจะอายุยืนหรือมีเวลาในแต่ละวันให้เยอะยาวนานที่สุด มีเรื่องที่เราอยากทำตั้งเยอะแยะมากมาย ดังนั้น เราจะต้องมารู้จักการจัดสรรปันส่วนเรื่องของเวลาให้เราสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและเกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าจะทั้งเพื่อตัวเอง สังคม คนรอบข้าง หรือครอบครัวของเราก็ตาม การบริหารเวลานั้นย่อมเป็นประโยชน์กับเราอย่างแน่นอน ทั้งการงานและไลฟ์สไตล์ในการดำรงชีวิต มาเรียนรู้การบริหารเวลาด้วยกันเถอะ

เวลาที่เสียปล่าว