Browse Author by Alice Herrera
บริหารเวลาทำงาน

เคล็ดลับการบริหารเวลาสำหรับคนทำงานที่บ้าน

จัดสรรการบริหารเวลา

หลายคนมองโลกสวย คิดว่าการทำงานอิสระ ช่างเป็นเรื่องวิเศษ ได้ทำงานที่ชอบและใช้วิธีสบาย ๆ ไม่เร่งรีบเข้ากับกระแสสโลว์ไลฟ์ พอมองผ่านม่านสีชมพูที่บังตา จึงเห็นว่างานอิสระนั้นไม่ได้ให้เสรีภาพกับชีวิตอย่างที่คิดฝัน ทุกงานมีเดทไลน์ที่ต้องส่งงานให้ทันกำหนด มีขอบเขตบาง ๆ กั้นระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ถ้าจัดระเบียบไม่ดี ชีวิตประจำวันก็พังพินาศ ถูกงานมาเบียดบังเสียหมด ไม่หลงเหลือความสนุกและสบายอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก แต่การทำงานที่บ้านก็ใช่ว่าจะทำลายสมดุลของชีวิตไปทั้งหมด คุณจับมือง่ายขึ้นถ้าเรียนรู้วิธีจัดการบริหารเวลาให้เหมาะสมภายใต้กรอบที่เรากำหนดขึ้นเองเพื่อให้ชีวิตมีคุณภาพที่ดีและการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีข้อแนะนำดังนี้

ข้อแนะนำสำหรับคนทำงาน

ก่อนอื่นต้องกำหนดกรอบตารางเวลาที่เหมาะสม หากคุณทำงานที่บ้านจำเป็นต้องมีพื้นที่ทำงานเป็นกิจจะลักษณะ ควรจะตกลงกับคนรอบข้างว่าเวลาทำงานอย่าเข้ามารบกวน เตือนเพื่อนฝูงว่าเวลาทำงานอย่าเข้ามาเยี่ยมโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ป้องกันการไม่เสียสมาธิไปกับสิ่งรอบตัว นอกจากนี้ควรใช้เวลาทำงานให้เหมือนกับการเข้าออฟฟิศ ทำงานตามตารางเวลา แต่ยังคงมีอิสระที่จะลุกขึ้นเปลี่ยนบรรยากาศ ลุกไปดื่มกาแฟ รดน้ำต้นไม้ จัดเก็บนิตยสารให้เข้าที่ เพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถและพักสายตาจากงานที่ทำอยู่ ระวังอย่าให้ช่วงเบรกทำให้สมาธิเบี่ยงเบนไปทางอื่น ส่วนเวลาทำงานควรจะเป็นชั่วโมงไหนบ้าง ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิตเลย ไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นกลางวันหรือกลางคืน ให้มีจำนวนเวลาทำงานที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป มีเวลาหยุดบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดหรือรู้สึกว่าทำงานหนักจนเกินกำลัง

การจัดสรรเวลา อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ อย่าให้เวลางานมาทำงานครอบครัวและสุขภาพ ทำงานจนเหน็ดเหนื่อยไม่มีความสุข ต้องมีเวลาพักผ่อนกับคนรักและครอบครัว ได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เพราะนั่นคือประโยชน์ของการทำงานที่บ้าน มีรายได้เข้ามามากก็จริงแต่สูญเสียทุกอย่างไป แลกกันแล้วไม่คุ้ม อีกปัญหาที่พบมากคือเรื่องจุกจิกระหว่างทำงานที่บ้านทำให้เสียสมาธิ ขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน ความจริงเรื่องนี้ไม่จำเป็นว่าจะเกิดกับคนทำงานที่บ้านเท่านั้น แม้แต่พนักงานออฟฟิศก็เป็นกัน กว่าจะทำงานให้เสร็จลุล่วงจะต้องมีความเหน็ดเหนื่อย ความเครียด เกียจคร้านหรืออุปสรรคที่ทำให้ท้อแท้มาท้าทายอยู่เสมอ ต้องคิดถึงความรับผิดชอบเป็นที่ตั้ง ทำงานสำเร็จแล้วจะได้อะไร มีรางวัลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ มีเวลาหยุดไปพักผ่อนกับครอบครัว ช่วยสร้างแรงกระตุ้นได้ดี

ลองนึกถึงเสรีภาพในการทำงาน ความสมดุลระหว่างเวลาทำงานกับการอยู่กับครอบครัว ได้ทำสิ่งที่รักและได้ไปในที่ที่อยากไป ทุกวันนี้การสื่อสารทำให้เราทำงานจากที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแต่ทุกกิจกรรมจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน เราจะทำงานดีมีคุณภาพและสำเร็จลุล่วงตามเวลาที่วางเอาไว้ ทำแล้วยิ่งมีความสุข ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย

รู้จักบริหารเวลาให้เป็น

บริหารเวลาทำงาน

จัดสรรค์ทุกนาทีให้เป็น “งานดี ชีวิตสมดุล”

จัดสรรค์ทุกนาทีของชีวิต งานดี ชีวิตมีสุข

ชีวิตคนเราในแต่ละวันมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่เชื่อหรือไม่การใช้เวลาไม่เหมือนกันนั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมากอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง ต้องทำงานหาเลี้ยงปากท้อง ประกอบอาชีพสร้างเนื้อสร้างตัวในวัยทำงาน จึงขอยกตัวอย่างการบริหารเวลาให้เป็นมาแนะนำกันพอสังเขป เพื่อให้เห็นคุณค่าของการวางแผนจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้

1.เตรียมวางแผนล่วงหน้า – ก่อนอื่นต้องวางแผนการทำงานและการใช้ชีวิตล่วงหน้าว่ามีกิจกรรมอะไรต้องทำบ้าง นอนเต็มที่ 7-8 ชั่วโมง เวลาที่เหลือจะเป็นชั่วโมงที่จัดสรรปันส่วนให้ใช้งานอย่างเต็มที่ ตัดเวลาที่จะต้องส่งลูกไปโรงเรียนและเวลาเดินทางบนท้องถนนออก มนุษย์เงินเดือนหรือผู้ประกอบการขนาดเล็กต้องคำนวณแผนการทำงานอย่างแม่นยำ อาจจะเผื่อเหลือเผื่อขาดในเรื่องเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุทำให้รถติดบนถนน ป้องกันล่วงหน้าไม่ให้หน้าที่การงานและกิจวัตรประจำวันผิดพลาดหรือล่าช้าออกไป

2.เรียงลำดับก่อนหลัง – เมื่อจัดทำตารางงานแล้วว่ามีสิ่งใดต้องทำบ้าง ให้เรียงลำดับความสำคัญงาน หรือเรียงตามระยะเวลาที่ต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยตามเป้าหมาย งานใดสำคัญให้นำมาเป็นส่วนแรก จากนั้นทำเรียงกันไปตามลำดับขั้นตอน งานใดรีบร้อนต้องทำให้เสร็จตามเดทไลน์ หยิบมาทำก่อน ส่วนไหนไม่เร่งให้เก็บไว้ทำทีหลัง บางคนอาจปรับวิธีการทำงานแตกต่างไปตามความถนัด เช่น ทำงานยากก่อนแล้วค่อยทำงานง่าย ผ่อนคลายความเครียดไปทีละน้อย บางก็กลับกัน เริ่มจากงานง่ายก่อนก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ เพียงแต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาอย่างสมดุลให้ทุกงานเสร็จอย่างสมบูรณ์ตามกำหนด

3.แบ่งภาระและตามงานเสมอ – หากเป็นการทำงานแบบทีม จะต้องรู้จักกระจายงานไปตามความเหมาะสม ใครถนัดอะไรก็ทำไปตามถนัด ประสานงานกันให้ดี สั่งงานลูกน้องแล้วอย่างปล่อยปละละเลย ต้องติดตามถามความคืบหน้าเสมอเพื่อให้งานที่ติดขัดมีปัญหาได้คลี่คลาย อย่าปล่อยให้เสียเวลาไปเปล่า ทำให้เกิดความเครียดในการเร่งทำงานในทีม ดีไม่ดีจะเสียงานด้วย

4.ตั้งใจทำงาน งดโซเชียลมีเดีย – ทุกวันนี้บางบริษัทออกกฎเรื่องการเล่นเฟซบุ๊ก ส่งไลน์ ดูยูทูป หรือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระหว่างเวลางาน เพราะเป็นเรื่องไม่มีสาระเป็นส่วนใหญ่ ขยันอ่านและติดตามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน ผลาญเวลาทำงานไปมากและการทำหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ทำงานเอกสารพร้อมเล่นเฟซบุ๊กไปด้วยจะบั่นทอนสมาธิและความตั้งใจ เสี่ยงเกิดความผิดพลาด ในเวลางานควรลำดับความสำคัญของหน้าที่มาก่อนความบันเทิงอื่นๆ

ชีวิตไม่ได้มีเรื่องงานที่สำคัญเพียงอย่างเดียว ต้องใช้เวลากับครอบครัวและมีเวลาส่วนตัวด้วย อย่าปล่อยให้มีงานอื่นเข้ามาแทรก รู้จักปฏิเสธไม่รับงานกลับมาทำที่บ้าน เพื่อที่จะมีเวลาพักสมองและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ยิ่งบริหารเวลาได้ดีเท่าไร ยิ่งรอบคอบ มีความตั้งใจทำงานดีขึ้น เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและผ่อนคลายความเครียดในชีวิตไปพร้อมกัน

แบ่งเวลาอย่างลงตัว

บริหารเวลาทำงาน

ใช้ทุกวินาทีให้อยู่หมัด ความสำเร็จไม่ไกลเกินเอื้อม

ใช้ทุกเวลาให้อยู่หมัด

การบริหารเวลาที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่ายและใคร ๆ ก็ทำได้ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คุณคิด บางคนอาจจะวางแผนมาดีว่าจะทำอะไรบ้าง พอถึงเวลากลับมีบางสิ่งบางอย่างที่คอยขัดขวางหรือรบกวนจิตใจ สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถบริหารเวลาได้ตามแผนการที่พวกเขาได้วางเป้าหมายเอาไว้ หลักในการบริหารเวลาเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จมาให้ได้นั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถค้นหาได้ด้วยตนเอง แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว พวกเขามักจะมีหลักในการบริหารเวลาให้คนอื่น ๆ ได้ศึกษาและทดลองทำตาม เราก็ยังคงมีเทคนิคในการบริหารเวลา เพื่อที่คุณจะค้นพบความสำเร็จที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

1. เริ่มต้นจากการสร้างวินัยในช่วงเช้า

การสร้างวินัยในช่วงเช้าที่ว่านี้ เป็นการกำหนดกิจกรรมที่คุณจะต้องทำในยามเช้าอย่างมีระเบียบวินัย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือ ตลอดจนกระทั่งการวางแผนในชีวิตประจำวัน เพื่อที่คุณจะสามารถเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างทรงพลังมากยิ่งขึ้น

2. สร้างระเบียบวินัยในช่วงก่อนเข้านอน

อีกหนึ่งช่วงที่คุณไม่ควรทิ้งกว้าง นั่นก็คือ ช่วงเวลาก่อนเข้านอน สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จได้จริงนั้น พวกเขามักจะไม่รอให้ถึงเช้าแล้วจึงค่อยเตรียมตัว แต่พวกเขาจะเตรียมพร้อมเพื่อวันถัดไปในทันทีในช่วงก่อนเข้านอน ในช่วงเวลานี้ยังคงเป็นช่วงเวลาที่คุณสามารถบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ทำจิตใจให้ดูสงบ หรือแม้กระทั่งการวางแผนในวันถัดไปว่าต้องทำอะไรบ้าง เมื่อถึงช่วงเวลาเช้าทุกอย่างจะเรียบร้อย ส่งผลทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายไร้ความกังวล เพราะคุณได้เตรียมตัวและเตรียมพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

3. ต้องเป็นคนคิดไกล และมองการไกลเป็นสำคัญ

พยายามนึกและคิดที่จะวางแผนแบบละเอียดที่สุด และทุกอย่างจะต้องมีความรอบคอบร่วมด้วย เวลาช่วงหนึ่งที่คุณรู้สึกว่าว่าง ขอให้คุณเริ่มต้นมองการไกลไปข้างหน้า ค้นหาความเป็นไปได้และผลกระทบที่อาจจะมีหรือเกิดขึ้น หลังจากนั้นให้คุณวางแผนลงมือทำ ซึ่งในกรณีนี้คุณจะต้องมีการจัดแจงเวลาเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วนั่นเอง

และอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ การลำดับเหตุการณ์ อะไรสำคัญควรทำก่อน อะไรที่สำคัญรองลงมา และสามารถทำได้ในช่วงเวลาถัดมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถทำอะไรไปตามแผนการของคุณได้ แถมการบริหารเวลาของคุณก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

บริหารเวลาทำงาน

6 เคล็ดลับในการปรับปรุงทักษะ การบริหารจัดการ

เวลา ที่ต้องรู้จักบริหาร

เมื่อคุณเรียนรู้และรักษาทักษะในการจัดการเวลาที่ดีได้ คุณจะได้รับอิสระจากความกดดันและจากความเครียดโดยทั่วไป และจะมีประสิทธิผลมากขึ้นรวมถึงมีเวลามากขึ้นในการผ่อนคลาย และช่วยลดความกังวลจากปัญหาการทำงานได้อีก ทักษะในการบริหารเวลาเป็นเหมือนรองเท้าหรือกางเกงยีนส์ ที่คุณอาจต้องลองหลายๆคู่ก่อนที่คุณจะพบว่าถูกต้องเหมาะสมซึ่งต้องค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการช่วยปรับปรุงทักษะเรื่องของการบริหารจัดการเวลาที่ถูกต้อง

ทำรายการสิ่งที่ต้องทำ

ลองลิสต์สิ่งที่จำเป็นต้องทำในและวันออกมาให้ได้มากที่สุด จัดลำดับความสำคัญของงานแล้วเริ่มทำจากสิ่งที่จำเป็นหรือสำคัญที่สุดก่อน จากนั้นพอหมดวันให้นำมาทำการประเมินว่ามีสิ่งใดที่ไม่จำเป็นที่ตัดออกได้หรืออะไรที่ใช้เวลามากเกินไป

ตั้งกำหนดเวลา

หรือเรียกว่า เดดไลน์ ควรกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของงานแต่ละงานให้ชัดเจน โดยประเมินตามความเป็นจริงไม่มากหรือน้อยเกินไป การที่ไม่มีกำหนดเวลาอาจทำให้การทำงานเกิดความเฉื่อยชาและในที่สุดงานทุกงานก็จะมาถูกกองรวมกันเพื่อเร่งให้เสร็จด้วยเวลาที่ใกล้กัน ซึ่งมันจะทำให้งานที่ทำคุณภาพลดลงหรืออาจเกิดความผิดพลาดได้

หยุดการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง (Multi-tasking)

ซึ่งหมายถึงการทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน แม้มันดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้งานหลายๆอย่างเสร็จได้อย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เส้นทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะการมุ่งความสนใจในการทำงานไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเดียวจะทำให้งานประสบควาสำเร็จได้เร็วกว่า

มอบหมายหน้าที่

ความจริงของเรื่องนี้ก็คือไม่ว่าเราจะเก่งเพียงใดก็ตามเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน บางครั้งเราใช้เวลามากกว่าที่สามารถจัดการได้ การมอบอำนาจไม่ใช่เครื่องหมายของความอ่อนแอ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญา ค้นหาคนที่มีความสามารถ เชื่อถือได้และแบ่งปันความรับผิดชอบบางส่วน จะช่วยให้คุณลดความเครียดและมีประสิทธิผลของงานมากขึ้น

ใช้เวลาวางแผนเมื่อหยุดทำงาน

ใช้เวลาที่ไม่ได้ทำงานทั้งหมดของคุณสำหรับใช้ในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของงาน งานที่มีปัญหาอาจนำไปสู่ความเครียดและความเหนื่อยหน่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากคุณพบว่าตัวเองกำลังนั่งรถตอนเช้าตรู่อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มจัดลำดับความสำคัญของงานประจำวันของคุณหรือใช้เวลาวางแผนในช่วงอาหารมื้อค่ำก็ได้

ให้รางวัลกับตัวเอง

เมื่อคุณบรรลุบางสิ่งบางอย่างให้ฉลองกับความสำเร็จการฉลองนั้นคุณขึ้นอยู่กับคุณว่าจะทำอย่างไร เช่นให้เวลาที่เหลือไปกับอาหารอร่อยๆ เพื่อสุขภาพ หรือไปเล่นกีฬาที่ชอบก็ได้

เรื่องของเวลา

สูตรการบริหารเวลา หากทำได้ ย่อมประสบความสำเร็จ

เรื่องของเวลา

ในหนึ่งวันเรามีเวลาเท่าเทียมกันกับคนอื่น ๆ ทั่วโลก แต่ทำไมเราถึงไม่สามารถทำเวลาเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้เท่ากับคนอื่น ๆ การบริหารเวลาจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ที่จะช่วยทำให้เราวางแผนและจัดการสิ่งต่าง ๆ ภายในช่วงเวลาที่เรามีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ความสำเร็จได้ดั่งใจมักจะเกิดขึ้นจากการบริหารเวลาให้เป็นเป็นหลัก การใช้เวลาน้อยที่สุดแต่กลับได้งานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ย่อมเป็นสิ่งที่เราควรมองหาและไขว่คว้าเป็นหลัก เมื่อการบริหารเวลาสำคัญเช่นนี้ วันนี้เราจึงขอนำเสนอ สูตรที่ใช้ในการบริหารเวลา หากได้ทำย่อมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

จะบริหารเวลาให้ดี ต้องบันทึกสิ่งที่ต้องทำ – หากเราต้องการบริหารเวลาให้ดี ให้มีความเหมาะสม เราจะต้องพยายามบันทึกเรื่องราวที่เราจะต้องทำในแต่ละวัน พร้อมทั้งจัดสรรเวลาในทันที โดยเรียงลำดับความสำคัญของงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราจะต้องทำ ซึ่งเราจะต้องระบุเวลาทันทีเลยว่า เราจะทำอะไร ประมาณไหน ซึ่งในช่วงแรก ๆ ที่เราได้เริ่มต้นทำเช่นนี้ เราอาจจะไม่คุ้นเคยเสียเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากทำเป็นประจำด้วยระยะเวลาไม่นาน คุณจะรู้สึกชินไปเอง

พยายามจัดโต๊ะทำงานให้ดูดีและเป็นระเบียบ – ไม่ว่าจะหยิบจังสิ่งของอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เราจะสามารถหยิบจับขึ้นมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราได้จัดสิ่งของบนโต๊ะทำงานเอาไว้เป็นระบบและมีระเบียบ และวิธีนี้ก็คือวิธีในการประหยัดเวลาอีกวิธีหนึ่ง นั่นเอง

ต้องแบ่งงานออกเป็นส่วนๆให้ได้ – การแบ่งงานออกมาเป็นส่วน ๆ จะส่งผลทำให้เราสามารถบริหารเวลาได้มากยิ่งขึ้น งานไหนของใคร ใครเป็นคนทำ หรือจะหาคนมาช่วยทำงานก็สามารถทำได้ ซึ่งงานที่ได้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

อย่ามัวแต่คิด เมื่อวางแผนได้แล้วต้องลงมือทำเลย – การลงมือทำทันทีย่อมเป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน อย่ามัวแต่ลังเล อย่ามัวแต่คิดคอยจด ๆ จ้อง ๆ ว่าจะทำ หากทุกอย่างพร้อมแล้วให้คุณเริ่มลงมือทำไปก่อน อย่าพึ่งคาดหวังกับสิ่งใด โดยเฉพาะความสมบูรณ์แบบของงาน

นอกจากนี้เรายังคงสามารถบริหารเวลาได้ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถช่วยเหลือให้เราทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทุกอย่างจะง่ายขึ้นหากคุณสามารถเลือกใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เพราะทุกอย่างจะดูง่ายและสะดวกสบายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

บริหารเวลาทำงาน

เคล็ดลับการบริหารเวลา เหมือนได้เวลาเพิ่มเป็นคูณ 2

บริหารเวลา

คนส่วนใหญ่มักจะกังวลในเรื่องของเวลา ทั้ง ๆ ที่มนุษย์เราทุกคนก็มีเวลาเท่ากับหมด 24 ชั่วโมง ปรากฏว่าแต่ละคนกลับไม่สามารถบริหารเวลาได้ และคอยตั้งคำถามว่าทำอย่างไรถึงจะมีเวลามากเท่ากับคนอื่น ๆ จริง ๆ แล้วในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและวิธีการในการบริหารเวลา แน่นอนเลยว่าทุกคนมีเทคนิคในการบริหารเวลาให้กับตนเองได้ไม่เหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปเรียนรู้ผ่านเคล็ดลับการบริหารเวลา ให้เหมือนกับได้เวลาคืนมาแบบคูณ 2 ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น เราไปติดตามกัน

1.เลือกพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้วันละ 6 ชั่วโมงเป็นหลัก

การพักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้ว คุณจะต้องนอนให้ได้อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อเราสามารถพักผ่อนได้อย่างเพียงพอต่อวันแล้ว เราจะต้องหันมาบริหารเวลาส่วนที่เหลือให้ดี ซึ่งเวลาที่เหลือกว่า 18 ชั่วโมงนี้ คุณสามารถจัดตารางทำสิ่งสำคัญได้อีกหลายอย่างเลยทีเดียว

2.จัดสรรเวลาที่เหลืออีก 18 ชั่วโมง ให้เป็นระเบียบแล้วทำตามแผน

กิจกรรมส่วนใหญ่หลัก ๆ ที่เราจะต้องทำในชีวิตประจำวัน คงจะไม่พ้นไปจากการทำงาน การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจ หรือแม้กระทั่งการให้เวลากับสิ่งที่เรารักและชอบ และ การให้เวลากับทุกคนในครอบครัว ซึ่งเวลาเหล่านี้ คุณจะเหลือแค่เพียง 18 ชั่วโมงเท่านั้น เราจึงขอแนะนำแนวความคิดหลักการใช้ชีวิตเกี่ยวกับการทำกิจกรรมหลัก ๆ ของคุณในแต่ละวัน

– เวลาของการทำงาน คุณควรตั้งใจทำงาน และจงอย่าเสียเวลาไปกับการเล่นโซเชียล เน็ตเวิร์ก โดยพยายามหักห้ามใจ หรือ ทำการหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปเสพความสุขผ่านโซเชียลในขณะทำงาน ซึ่งคุณจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ เต็มเม็ดเต็มหน่วย ภายในช่วงระยะเวลาที่คุณได้ทำการกำหนดไว้

– การรับประทานอาหาร คุณไม่ควรรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และไม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่แพงเป็นหลัก ซึ่งเงินในส่วนนี้สามารถนำไปลงทุนเพื่อหารายได้เพิ่มเติมให้กับคุณได้

– ช่วงเวลาแห่งการออกกำลังกาย หลายคนละที่จะให้เวลากับการออกกำลังกายในแต่ละวัน และอ้างว่าไม่มีเวลา จริง ๆ แล้วคุณสามารถแบ่งเวลาเพียงแค่ 30 นาที มาออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เพื่อให้คุณมีสุขภาพดีได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นานต่อวัน

– ให้เวลากับสิ่งที่รัก และ ให้เวลากับคนที่คุณรัก การแบ่งเวลาให้กับสิ่งที่คุณรัก และ การแบ่งเวลาให้กับคนที่คุณรัก ถือได้ว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่าและคุณจะรู้ว่า ชีวิตของคุณมีความหมายมากเพียงใด

การบริหารเวลา ถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องยาก จุดเด่น ๆ ของการบริหารเวลา นั่นก็คือ การดำเนินชีวิตตามแผนที่คุณได้ตั้งเอาไว้ เวลาก็เป็นแค่ตัวกำหนดเท่านั้น หากคุณสามารถทำได้ คุณจะมีเวลามากมายให้กับทุกสิ่งที่คุณอยากจะทำแน่นอน

บริหารเวลาทำงาน

นอนน้อยลง 1 ชั่วโมง ได้งานเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

นอนหลับให้น้อยลง

ประสบการณ์โดยตรงในการจ้างผู้อื่นให้ช่วยงานเกี่ยวกับงานออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแฟนเพจ การทำเว็บไซต์ การเขียนเนื้อหาลงไปยังเว็บ การตอบแชทพูดคุยกับลูกค้าต่างๆทในระบบของงานออนไลน์นั้นจะแยกอยู่สองกลุ่มก็คือ กลุ่มแรก กลุ่มที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอลูกค้า ไม่ต้องนั่งเฝ้า และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือต้องคอยดูลูกค้าเฝ้าหน้าจออยู่เสมอ สำหรับกลุ่มหลังนั้นเราจะข้ามไปเพราะไม่สามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่เท่ากับกลุ่มแรก

ในส่วนของการทำงานแบบเขียนเนื้อหาเว็บไซต์นั้น แท้จริงแล้วสามารถบริหารจัดการให้ทำงานได้ไวยิ่งขึ้น เพียงแค่เราไม่เปิดเฟส ไม่เล่น LINE ไม่เข้า FIFA55 เล่นเดิมพัน ไม่คุยกับคนอื่นในช่วงเวลาการเขียนบทความของเรา มันจะทำให้เราสามารถเขียนเนื้อหาได้ดีขึ้นและเสร็จไวยิ่งขึ้น สิ่งนี้ผู้เขียนได้เจอกับตัวเองทั้งการเขียนลงเว็บไซต์ของตัวเองรวมไปถึงการจ้างผู้อื่นเขียน ส่วนมากเวลาเราทำงานไปสักระยะเราก็จะเริ่มเปิดเว็บนู่นนี่เล่นไปพลางพลาง เปิดหนังฟังเพลงไปด้วย จะทำให้งานเสร็จช้าลงอย่างมาก

หากเราลองตัดส่วนเหล่านี้ออกไป จะพบว่าเราสามารถทำงานได้เยอะขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว นอกจากนี้ สำหรับคนที่นอนเยอะอยู่แล้วในแต่ละวัน เป็นไปได้ลองลดเวลานอนซัก 1 ชั่วโมงต่อวัน แล้วนำมาใส่ใจกับการทำงาน งานของเราจะสามารถเติบโตได้อีกเยอะไม่ใช่แค่ว่างานออนไลน์เท่านั้น ทุกอาชีพ ทุกธุรกิจ บริหารโดยมีเวลาเป็นตัวสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จ หากบริหารเวลาดีย่อมทำผลตอบแทนได้ดี แต่สำหรับคนที่นอนน้อยอยู่แล้ว นั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องลดเวลานอนลงไปอีก เพราะคุณได้ใช้ 1 ชั่วโมงของการนอนน้อยลงเพื่อสร้างงานให้มากขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บริหารเวลาทำงาน

ทำงานได้ไวขึ้น ถ้าสมองไม่ฟุ้งซ่าน

ไม่คิดฟุ้งซ่าน

ในวัยเรียนมัธยมของชายหญิงหลายคนนั้น จะเป็นช่วงวัยที่พบความรักได้บ่อยครั้ง ชอบเพื่อนร่วมห้อง หลงรักเพื่อนต่างชั้นเรียน ชอบรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง เวลาเราเกิดความรักเราก็จะเกิดจิตใจฟุ้งเฟ้อสมองล่องลอยไปกับสิ่งที่เราหลงรักอยู่ อาจจะเป็นคนสวยประจำมหาลัยหรือคนหน้าตาดีประจำโรงเรียนก็ตาม รู้สึกตัวอีกทีก็อาจจะหมดคาบเปลี่ยนไปแล้ว เรียนไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่าในหัวคิดถึงแต่คนที่เราแอบรัก

พฤติกรรมแบบนี้เราจะเรียกกันว่า “จิตใจฟุ้งซ่าน” ฟุ้งเฟ้อคิดไปเรื่อยเปื่อย หากเราลองมาเปรียบเทียบในการทำงานก็คงจะมีบางคนที่เคยโดนเจ้านายดุด่าว่าบ่นแล้วเกิดจิตใจฟุ้งซ่าน อาฆาตในใจ อยากจะด่าเจ้านายกลับ อยากจะขึ้นตำแหน่งสูงเพื่อเอาคืน จินตนาการภาพวันที่เราได้ด่าเจ้านายของเราเอง แต่พอรู้ตัวอีกทีนึง วันก็หมดไปทั้งวันแล้ว งานไม่ได้คืบหน้าเลย กลายเป็นว่าต้องเอางานไปทำต่อที่บ้านอีก

ฟุ้งซ่านไปเรื่อย

ในการรับการบริหารเวลาสำหรับเรื่องนี้ก็คือ การที่เรารู้จักควบคุมความคิดไม่ฟุ้งซ่านในเวลาที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม เพื่อไม่ต้องแบกหามงานที่ออฟฟิศกลับไปทำที่บ้านต่อ เวลาที่เราทำงานเราควรจะมีใจจดจ่ออยู่กับการทำงาน อย่าไปคิดฟุ้งเยอะให้ปวดหัว ไม่งั้นอารมณ์จะเหมือนคนติดบอล ติดพนัน เล่นหนักจนทำให้สมองเสื่อมไปกับการพนันแทนจะได้งาน ส่วนเรื่องใครว่าเราบ่นเรา เราทำผิดแล้วก็แก้ไข แต่อย่าพึ่งไปคิดฟุ้งซ่านกับคำพูดของคนเหล่านั้น เพราะท้ายที่สุดมันจะทำให้ตัวของเรางานไม่เสร็จแล้วต้องไปลำบากต่อที่บ้านอีก คงมีเจ้านายไม่กี่คนนักที่ปล่อยให้งานไม่เสร็จบ่อยๆได้โดยไมไล่ออก

เช่นเดียวกัน.. สำหรับวัยเรียน ถ้ามีความรักจะไปคิดฟุ้งซ่านก็ไม่มีใครว่า แต่ต้องหลังจากทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากทบทวนหนังสือให้เรียบร้อย มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากเพราะความคิดฟุ้งซ่านนั้นเป็นเรื่องที่จัดการได้ลำบาก แต่หากเราสามารถเข้าใจความคิดฝึก กระบวนการความคิดของเราไม่ให้ลุ่มหลงฟุ้งเฟ้อให้เสียเวลาปล่าวเราก็จะมีเวลาเหลือมากขึ้น ทำงานได้เยอะขึ้น ทำการบ้านเสร็จก่อนกำหนด มีเวลาเหลือเฟือที่จะหาอย่างอื่นต่อยอดได้อีกเยอะ ความฟุ้งซ่านเป็นหนึ่งในรสชาติของชีวิตที่มนุษย์เรามักจะเป็นกันประจำ แต่ต้องมีเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่สมองคิดเรื่อยเปื่อยจนเสียการเสียงาน

เรื่องของเวลา

การจัดสรรเรื่องเวลา ทำยากแต่ควรทำ

รู้จักแบ่งเวลา

ในชีวิตคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน มีเวลาการใช้ชีวิตในแต่ละวันเท่ากันแต่ทำไมบางคนถึงใช้เวลาได้คุ้มค่า บางคนใช้เวลาไม่คุ้มค่า นั่นคือเป็นเพราะไม่แต่ละคนใช้ วิธีบริหารเวลาไม่เหมือนกัน และขึ้นอยู่กับการฝึกหรือการอบรมกันตั้งแต่เด็กๆ บางคนสามารถปรับตัวได้ตอนทำงานหรือตอนเรียน แต่บางคนทำไม่ได้จนแก่เลยก็มี ซึ่งเรื่องการ วิธีบริหารเวลา นั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเคยชินและทำซ้ำๆเป็นกิจวัตรประจำวัน จนความคิดและร่างกายปรับสมดุลให้เข้ากับ วิธีบริหารเวลา ที่ใช้ในแต่ละคนจึงจะบังเกิดผล แต่มันก็มีปัจจัยภายนอกมาเป็นองค์ประกอบด้วย ซึ่ง วิธีบริหารเวลา สำหรับชีวิตประจำวันแบบเบื้องต้นที่จะแนะนำให้ลองฝึกกันดูก็ง่ายดังนี้

  1. กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอน ซึ่งอันนี้ถือเป็น วิธีบริหารเวลา ขั้นพื้นฐานที่ควรฝึกกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะมันมีผลกับสุขภาพและการกำหนดเวลานอนเวลาตื่นจะช่วยให้เราจัดสรรเวลาในช่วงอื่นๆได้ง่ายขึ้น
  2. กำหนดเวลาในตารางชีวิตแต่ละวัน ข้อนี้หากบ้านไหนมีเด็กๆควรฝึกให้ชินกันไว้เลยเช่น ตื่นนอนกี่โมง, ทานอาหารเช้ากี่โมง, เดินทางไปเรียนตอนไหน, หลังเลิกเรียนจนถึงเข้านอนควรทำอะไร ซึ่งหากเราสังเกตกันดีๆสมัยเราเรียนก็จะมีตารางเรียนเป็นรายชั่วโมงนั่นก็เหมือนกับการบริหารเวลาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอเข้าวัยมหาลัยหรือวัยทำงานหลายคนตารางเวลารวนหมด
  3. ในชีวิตการทำงานแน่นอนว่าเวลากว่า 10 ชั่วโมงหมดไปกับการทำงานและใน 10 ชั่วโมงนั้นเราทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ นี่คือสิ่งที่คนทำงานหลายคนบ่นเสมอว่าทำงานไม่ทัน ทำงานไม่เสร็จ สาเหตุที่ไม่เสร็จและไม่ทันมันเพราะไม่รู้ วิธีบริหารเวลา หรือแบ่งเวลาไม่ถูกต้อง หลายคนใช้เวลากับเรื่องอื่นมากกว่าการทำงาน ซึ่งส่งผลกับหน้าที่การงาน และยิ่งหากทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาและมีการเดินทางเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งควรทำตารางเวลาสำหรับการทำงานและเผื่อเวลาเดินทางไว้ด้วยจะดีมาก
  4. วางแผนจัดการชีวิตเป็นรายสัปดาห์ แน่นอนว่าทุกๆคนใช้ชีวิตซ้ำๆกันเหมือนทุกวันคือ ตื่นนอน ไปทำงาน ไปเรียน เดินทาง นอน กิน หลักๆมีอยู่แค่นี้ และมีเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องเสริม แน่นอนว่าเราสามารถจัดตารางชีวิตหลักๆได้ว่าเวลาไหนจะทำอะไร เวลาไหนไปทำอะไร ไม่ว่าจะเที่ยว หรือ ไปออกกำลังกาย ไปพักผ่อน หรือมีอื่นๆเสริมเข้ามา หากเรารู้จักทำตารางชีวิตไม่ว่าจะเป็นการบันทึกในสมุดโน๊ต หรือ บันทึกในสมาร์ทโฟน มันจะทำให้เรารู้ว่าเวลาไหนทำอะไรโดยอัติโนมัติและกระบวนการความคิดก็จะถูกจัดไปตามตารางเวลาชีวิตของเราด้วย

แม้ว่าที่กล่าวมาจะดูยากซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการทำให้ชินและรู้สึกว่าการบริหารเวลามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่เราก็ต้องทำและควรเริ่มทำหรือเริ่มฝึกเมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่เป็นเวลาแล้วหรือมีลูกก็ฝึกกันไว้เลยเพราะการที่เราสามารบริหารเวลาหรือรู้จัก วิธีบริหารเวลาในชีวิตมันจะทำให้เราเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและสามารถวางแผนชีวิตได้ดีกว่าคนที่ไม่มีระเบียบหรือไม่รู้จักแบ่งเวลานั่นเอง…

แบ่งเวลาให้ดี

บริหารเวลาทำงาน

การทำงาน ต้องมีช่วงพักเบรก

พักช่วงทำงาน

ในตัวของผู้เขียนเองได้เคยบีบชีวิตในเรื่องของการบริหารเวลาจนถึงขั้นสูงสุดมาแล้ว นั่นก็คือเลือกที่จะแบ่งเวลาทำงานเต็มที่ Full Option เน้นเน้น ไม่เล่น ไม่สนใจ ไม่พูดคุย ไม่ทำอย่างอื่นเลย เล่นแต่งานยิงยาวตลอด 16 ชั่วโมงเต็ม สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมานั้นมันไม่ใช่แค่ร่างกายของเราเกิดความสุดโทรมลง แต่เนื้องานของเรายังและสะเปะสะปะต้องมีการแก้ไขอยู่ตลอด รวมไปถึงข้อมือที่ใช้ในการพิมพ์คีย์บอร์ดและคลิกเมาส์ก็แสนจะปวดร้าวทรมานจนต้องหายามาคอยทาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออยู่เป็นระยะ

การทำแบบนี้ถึงจะเป็นการบริหารเวลาได้อย่างยอดเยี่ยมในด้านของได้ปริมาณงานเยอะ แต่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะเนื้องานที่ได้อาจจะมากขึ้นแต่ไม่คุ้มค่ากับร่างกายที่จะต้องสึกหรอลงไป การทำงานนั้นควรจะมีช่วงเวลาพักเบรกกันอยู่บ้าง เคยสงสัยไหมว่า ทำไมงานประจำถึงจะต้องมีการพักเบรกช่วงครึ่งทางของการทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงกะเช้า กะบ่าย หรือกะเด็กก็ตาม จะต้องมีชั่วโมงพักเบรกเป็นช่วงครึ่งทางของจำนวนชั่วโมงในการทำงาน ไม่ค่อยมีบริษัทไหนหรอกที่จะปล่อยพักเบรกซัก 1 ชั่วโมงก่อนเลิกงาน ไม่มีแน่นอน หรือถ้ามีคงจะไม่ค่อยมีพนักงานคนไหนที่ที่ทนทำได้นานสักเท่าไหร่เพราะร่างกายมีความเหนื่อยล้า

ดังนั้น เวลาของเราควรจะแบ่งให้เหมาะสมคือ หากเราต้องทำงานวันละ 10 ชั่วโมงเต็มเราอาจจะแบ่งเวลาพักว่า 3 ชั่วโมงพักเบคซัก 30 นาทีและอีก 3 ชั่วโมงรับฟังไปอีกซัก 30 นาทีแบบนี้เป็นต้น การทำงาน 10ชั่วโมงติดต่อกัน รับประกันว่าอาจจะมีงานและต้องมานั่งแก้ใหม่หรือร่างกายของเรารู้สึกเพลีย ทำ 10 ชั่วโมงยิงยาวทุกวันไปตลอดคงไม่ไหว มีเวลาพักระหว่างเวลาทำงาน นี่คือการบริหารเวลาที่ถูกต้องและส่งผลดีกับตัวของเราเองด้วยแบ่งเวลางานให้ถูกหลัก มีเวลาพักให้เพียงพอเพื่อ ตัวของเราเอง

แบ่งเวลางานอย่างฉลาด