Browse Author by Alice Herrera
เรื่องของเวลา

เทคนิคการบริหารเวลา

การบริหารเวลา

คุณมักจะบอกกับตัวเองและคนรอบข้างว่า “ไม่มีเวลา” แล้วอีกกี่ครั้งที่คุณต้องนั่งหายใจทิ้ง และปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ความจริงเวลานั้นมีเท่ากันทุกวัน แต่คุณกลับใช้มันอย่างไม่มีประโยชน์จนทำให้รู้สึกว่าเวลามันน้อยลงไปทุกวัน และยิ่งคุณปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปเท่าไหร่คุณจะยิ่งกังวลมากขึ้น และจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หายไป ซึ่งเคล็ดลับการบริหารเวลานั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวคุณเอง และปฎิบัติตามอย่างเคร่งคัด โดยเริ่มจากการ

1. จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

คุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าในแต่ละวันคุณต้องทำอะไรบ้าง และใช้เวลาในการทำสิ่ง ๆ นั้นเท่าไหร่ และลองทำตามที่คุณจดบันทึกไว้ให้ได้ และพิจารณาว่าสิ่งที่เราได้ทำไปมันสมดุลกันแล้วหรือยัง ได้เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องไปเท่าไหร่ และกี่ครั้งที่เราคอยผลัดมันไปตลอดทุกวัน คุณควรปรับปรุงเวลาของตนเองในเรื่องใดมากขึ้น

2. วางแผนเวลาการทำงานไว้ล่วงหน้า

ในแต่ละวันเราจะต้องทำงานในระยะเวลา 7-8 ชั่วโมง และควรวางแผนการทำงานล่วงหน้าไว้ และจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำว่างานไหนสำคัญก็ควรทำงานนั้นก่อน และงานไหนที่มีความยากก็ควรทำงานนั้นก่อน

3. เพิ่มเวลา

ถ้าคุณคิดว่าเวลาที่มีไม่พอสำหรับคุณ คุณก็ควรเพิ่มเวลให้กับตนเอง อย่างเช่นการตื่นเช้ากว่าเดิม หรือมีที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อที่จะประหยัดเวลาในการเดินทาง และยิ่งคุณทำงานอยู่ในกรุงเทพ ก็ควรมีที่พักที่ใกล้ที่ทำงานเข้า ยิ่งเดินไปได้ยิ่งดี เพราะเรื่องรถติดที่กรุงเทพนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย

เทคนิคการบริหารเวลา

เรื่องของเวลา

ชวนปรับกิจวัตร เพื่อการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพ ปี 2019

ปรับกิจวัตร 2019

เวลา เป็นสิ่งมีค่ามากอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโลกหมุนไวขึ้น การเรียนการแข่งขัน เราอยู่ในยุค 5g ที่ทุกอย่างต้องมีความฉับไว จะต้องปรับกิจวัตรอย่างไร ให้บริหารเวลาได้ดีขึ้น มาดูกันเลย

1. นอนให้พอ 7 ถึง 8 ชั่วโมง

การจะฟื้นฟูพลังร่างกายและสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ตลอดทั้งวัน คนเราต้องการชั่วโมงการนอนประมาณ 7-8 ชั่วโมง ต่อวัน การโหมงานหนัก นอนน้อย เป็นการทำร้ายร่างกายในระยะยาว ทั้งนี้ประเด็นสำคัญ คือช่วงเวลาในการนอนหลับสนิทที่มีการศึกษาไว้ว่า จะทำให้มีการหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมร่างกายคือ ช่วงประมาณ 5 ทุ่มถึงตี 2 นับว่าเป็นเวลาทองที่จะทำให้การบริหารเวลาในช่วงกลางวันมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ไม่วอกแวกไปกับสื่อโซเชียล

หากเรามองผู้ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือการเรียน เขาเหล่านั้นมักจะแยกแยะเวลาในการทำงานออกจากการเล่นสื่อโซเชียล อย่างเช่น Facebook LINE Instagram หรือมัวแต่นั่งเล่นเว็บแทงบอลออนไลน์มีการตั้งเป็นระบบสั่น ปิดเสียงเมื่อประชุม รวมถึงการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือจินตนาการสูง เป็นต้น หรือแม้แต่เวลาออกกำลังกายก็จะทุ่มเทเต็มที่ ทำให้มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากที่สุด หลายคนอาจจะรู้สึกได้จากประสบการณ์ตัวเองว่าการตอบข้อความในโทรศัพท์ไปพร้อมกับการทำงานอื่น ๆ มักจะทำให้การบริหารเวลาไม่เป็นไปตามแผน ประสิทธิภาพของงานตกต่ำลง หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดู เชื่อมั่นว่าผลงานดีขึ้นและจบงานได้ในเวลาเร็วขึ้น

3. หมั่นออกกําลังกายให้เป็นกิจวัตร

แม้ว่าจะดูเหมือนต้องแบ่งเวลาไปให้กับการออกกำลังกาย หลายคนก็จะเกิดคำถามว่าแล้วจะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ประเด็นนี้ต้องตอบว่าเป็นเรื่องของชีววิทยาของมนุษย์ ถ้าร่างกายมีการสร้างสมดุล มีการปรับฮอร์โมน สารในสมอง ด้วยการขยับร่างกายเป็นประจำ เพียงวันละครึ่งชั่วโมง 1-2 เดือนต่อเนื่อง จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้น พลังสมองจะโลดแล่น ทำให้งานทุกชิ้นสำเร็จได้ไวขึ้น การวางแผนสิ่งใดจะชัดเจนขึ้น ลดการแก้ไขงานหรือความคิดฟุ้งซ่านที่จะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมหันมาออกกำลังกายกันให้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าการบริหารเวลาที่ประสบความสำเร็จต้องมาจากการปรับปรุงกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานให้มีแบบแผนที่สอดคล้องกับหลักทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่ชี้ประเด็นเรื่องการนอนหลับ การออกกำลังกาย และการฝึกสติสมาธิเป็นประจำ จะลดความคิดฟุ้งซ่าน ความวอกแวกที่จะบั่นทอนการทำงานให้สำเร็จได้ เชื่อมั่นว่าหากทำตามที่กล่าวมา ย่อมจะทำให้การบริหารเวลาของทุกท่านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในไม่ช้า

เรื่องของเวลา

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร

ในการใช้เวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันให้เต็มที่ เกิดประโยชน์ทั้งการงานและชีวิตส่วนตัว จำเป็นต้องรู้จักบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคนรุ่นใหม่กำลังอยู่ในยุคที่โลกหมุนมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการงานมากมายเข้ามาให้ทำตลอด จะบริหารเวลาอย่างไรดี มาดูพร้อมกันเลย

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

ตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นแต่เช้า

การตั้งใจตื่นนอนแต่เช้าจะเป็นโอกาสในการให้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ อย่างมีพลังสมองเหลือเฟือมากกว่าการทำงานเวลาดึกดื่นจนตีสาม ทั้งยังทำให้มีช่วงเวลาแห่งการออกกำลังกายสักครึ่งชั่วโมงทุกวันก่อนไปทำงานเพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข อันทำให้คุณมีความคิดความอ่านที่โลดแล่นได้ตลอดวันด้วย

การมีแผนการใช้เวลา หรือตารางงานในแต่ละวันที่ชัดเจน

เป็นสิ่งที่ช่วยให้ไม่ต้องคิดวกวนว่าจะต้องทำอะไรบ้างในตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ มีเวลาให้คุณไปคิดงานใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะลืมการนัดหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้แอพพลิเคชั่นในการจัดตารางนัดหมาย และสามารถปลุกสั่นหรือเป็นเสียงได้ตามเวลาที่กำหนด ก็ยิ่งทำให้การบริหารเวลามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่วุ่นวายสับสนด้วย

การให้ความสำคัญกับงานไม่เท่ากัน

งานแต่ละชิ้นมีความจำเป็นที่ต้องทำเร่งด่วนแตกต่างกัน บางอย่างหากไม่ทำจะส่งผลเสียต่อบริษัทมาก ๆ เช่น การนัดลูกค้า การประชุมงาน ฯลฯ บางอย่างเป็นเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ เช่น การกินข้าวกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน การไปเยี่ยมญาติที่กำลังป่วยที่โรงพยาบาล เป็นต้น ควรต้องเรียงว่าสิ่งใดต้องทำก่อนหลังด้วย การนำคีย์เวิร์ดว่า จำเป็น เร่งด่วน สำคัญ ใส่ลงไปในงานนั้น ๆ หรือจะ highlight สีที่งานนั้นในสมุดนัดหมาย ก็ยิ่งเป็นการดี

แบ่งเวลาให้ถูกกับสถานที่

เมื่ออยู่ในที่ทำงาน ก็ควรมีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้า ไม่ควรคุยโทรศัพท์กับเพื่อนจน ทำให้งานเสียหาย หรือทำให้หัวหน้าเขม่นว่าเป็นการเบียดบังเวลางานมาใช้โทรศัพท์ และเมื่อกลับไปบ้าน ก็ไม่ควรนำงานกองโตกลับไปทำ จนไม่มีเวลาให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะกับพ่อแม่ คู่สมรส และบุตรหลาน ที่ในแต่ละวันมีชั่วโมงที่จะได้พูดคุยกันน้อยอยู่แล้ว

งานยาก งานที่ต้องคิดเยอะ ให้รีบทำก่อน

งานที่ต้องรีบทำให้เสร็จโดยไว คือ งานที่ต้องใช้สมาธิและกำลังสมองเยอะ ยิ่งหากเป็นงานยากที่ไม่คุ้นเคย ก็ยิ่งต้องทุ่มเทพลังงานทั้งลงไป แต่ก็จะทำให้คุณรู้สึกประสบความสำเร็จ และมีกำลังใจกลับมาอีกเท่าทวีคูณเมื่องานนั้นจบ

คนรุ่นใหม่บริหารเวลาอย่างไร มีประสิทธิภาพ

หวังว่าผู้อ่านที่เป็นคนรุ่นใหม่จะได้ประโยชน์จากวิธีการบริหารเวลาที่เราได้นำเสนอไปให้สามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน และทำให้การแบ่งเวลาให้งานและชีวิตครอบครัวลงตัวขึ้น

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไร ถึงจะทำงานได้สำเร็จ

การปลุกตัวเองให้ยืดเส้นยืดสายแต่เช้าสำคัญ อย่างไร

การบริหารเวลา เป็นพื้นฐานของการวางแผนและปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง หากสามารถจัดการกับเวลาได้อย่างเหมาะสมตลอดทั้งวันต่อเนื่องตลอดปี ก็มีโอกาสเข้าใกล้ความสำเร็จทั้งชีวิตการงานและครอบครัวยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

การปลุกตัวเองให้ยืดเส้นยืดสายแต่เช้าสำคัญ อย่างไร

การจัดวินัยให้ตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแต่เช้ามืด เช่น ตีห้า เพื่อการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ก็ล้วนเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารที่สร้างความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและทำให้สมองโล่ง แม้จะเป็นวันละ 30 – 60 นาที แต่ก็ทำให้เวลาทั้งวันที่เหลือเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการทำงานขั้นสูงสุด

นอกจากนี้ หลายท่านยังได้แบ่งช่วงเวลาตอนเช้าสำหรับการทำสมาธิ หรือเล่นโยคะเป็นประจำเพื่อการตั้งมั่นของอารมณ์ที่ไม่หงุดหงิดหรือวอกแวกง่ายในการทำงาน ซึ่งนับว่าเป็นเทคนิคที่ดีในการเสริมสร้างศักยภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นด้วย

การจัดตารางแผนงานก่อนนอนทุกคืน เพื่อลดความวุ่นวายในตอนเช้า

เป็นการบริหารเวลาที่ช่วยลดปัญหาได้หลายอย่างในวันต่อมา เช่น การหลงลืมเอกสารลูกค้าไว้ที่บ้าน การลืมนัดประชุมงาน รวมถึงการมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ จนลืมใส่ใจคนในครอบครัว ซึ่งในระยะยาวจะเกิดการสะสมจนเป็นปัญหาเรื้อรังที่เรามักได้ยินเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่พูดว่าพ่อแม่ไม่มีเวลาให้แม้แต่การกินข้าวด้วยกันก็ยังคิดและคุยแต่เรื่องงาน !

นอกจากนี้ การใช้เวลาช่วงก่อนนอนลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำด้วยการใช้คีย์เวิร์ดว่า “ด่วน” และ “สำคัญ” ไปจัดหมวดหมู่ของงานต่าง ๆ จะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นว่าควรทุ่มเทเวลากับงานชิ้นใดมากกว่ากัน หรืองานใดไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง ก็ต้องใช้ตัวช่วยอย่างทีมงาน แอพพลิเคชั่น หรือพนักงานส่งของบ้าง เป็นต้น

แยกเวลาส่วนตัวออกจากการทำงานให้ชัดเจน

ปัจจุบัน สื่อโซเชียลและแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถเป็นทั้งประโยชน์และโทษได้พร้อมกัน หากไม่แยกแยะเวลาและสร้างวินัยในตัวเอง จะทำให้ขาดสมาธิและทำงานด้วย ประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าที่ควรจะเป็น

การกำหนดกับตัวเองว่าในช่วงเวลาที่ทำงานจะไม่รับสายโทรหรือตอบไลน์ หรือในชั่วโมงออกกำลังกายจะทุ่มเทกับการใช้พลังกายให้เต็มที่ หยุดคิดเรื่องงาน หรือสิ่งกวนใจต่าง ๆ เช่นนี้จะช่วยให้การบริหารเวลาในช่วงอื่น ๆ ค่อย ๆ ถูกปรับให้มีแบบแผนและถูกวัดผลลัพธ์ทางความสำเร็จได้ดีขึ้นด้วยอย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาที่ดีจะช่วยให้ทุกชั่วโมงของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าทุกชั่วโมงคือการทำงาน แต่เป็นทุกชั่วโมงที่สามารถมีสติและลงมือทำในสิ่งต่าง ๆ ตรงหน้าได้อย่างดีที่สุด เพื่อการเข้าใกล้ความสำเร็จของชีวิตที่แท้จริง

Uncategorized

สิ่งห้ามขาดกับการบริหารเวลาวัยทำงาน

สิ่งห้ามขาดกับการบริหารเวลาวัยทำงาน

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยทำงานหนุ่มสาวที่ต้องการความก้าวหน้าในองค์กร และนี่คือสิ่งห้ามขาดสำหรับการบริหารเวลาวัยทำงาน

การบริหารเวลาวัยทำงาน

บันทึกอยู่เสมอ เพราะประสบการณ์และการเรียนรู้มักมาหาเราได้เสมอทุกเวลา การพกสมุดโน๊ตหรือใช้โปรแกรมการบันทึกไอเดียสั้น ๆ ลงในมือถือ smartphone เมื่ออยู่นอกบ้าน จะช่วยให้คุณสามารถต่อยอดการปฏิบัติได้ในทันทีเมื่อมีเวลาส่วนตัวพร้อมต่อการทำงานนั้น ๆ การจดบันทึกเสมอยังเป็นการช่วยด้านการพัฒนาสมองให้ได้ใช้งาน ช่วยให้สมองไม่ฝ่อและสามารถทำงานได้อย่างเป็นระเบียบ

เดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การอยู่กับที่ไม่ได้ช่วยด้านไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์แต่อย่างใด แต่การเดินทางจะสร้างมุมมองใหม่ให้กับการใช้ชีวิตรวมถึงการนำเอามาใช้ในเรื่องงานได้ด้วย การเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกจากจะได้ใช้ชีวิตอย่างรีแลกซ์แล้ว ยังได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อีกด้วย การได้เดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ประสบการณ์การเดินทางเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ดีและคุณควรนำเอาประโยชน์จากมันมาใช้ ไม่ใช่เพียงแต่แค่นั่งรถผ่านไปโดยไร้วิสัยทัศน์และการวิเคราะห์ใด ๆ

ทำทีละอย่าง เมื่อถึงเวลาทำงาน ควรทำทีละอย่าง ปิดทีวี ปิดเสียงมือถือ ทำบรรยากาศให้เงียบสงบมากที่สุดเพื่อเอื้อต่อการมีสมาธิในการทำงาน โดยเฉพาะคนที่จิตใจวอกแว่กง่าย วิธีนี้จะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้นอย่างมาก

การสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน บางครั้งการใช้กลิ่นหอมแบบอโรมา ช่วยให้การตั้งสมาธิจดจ่อกับงานในมือเป็นได้อย่างราบรื่นยาวนานขึ้น ลองใช้ผลิตภัณฑ์ปรับบรรยากาศที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบชาเขียว หรือกลิ่นดอกไม้ไม่แรงมากฉีดสเปรย์ห้องทำงานก่อนการเริ่มงานดู

สิ่งห้ามขาดกับการบริหารเวลา

ทำตางรางติดไว้ข้างฝา อย่างที่เราเห็นบ่อยตามองค์กรใหญ่ ๆ หรือในหนังฝรั่งที่จะมีการติด year planner หรือแผนธุรกิจรายเดือนไว้ที่บอร์ดหรือผนังเพื่อกระตุ้นใจให้ฮึกเหิมไม่ขี้เกียจปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ อาจจะใช้ใช้เทคโนโลยีในการเตือน เช่น การตั้งมือถือให้ดังเมื่อถึงใกล้ถึงเวลานัดหมาย การใช้นาฬิกานับถอยหลังเพื่อช่วยกระตุ้นให้คุณ active ขึ้นกับการบริหารเวลาแต่ละชั่วโมง เป็นต้น

การมีวินัย พยายามทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้ เพื่อรักษาเวลาให้ลงล็อคตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ผ่อนปรนกับความขี้เกียจจนทำให้กระทบต่อความสำเร็จของงานชิ้นอื่น ๆ อย่าลืมที่จะแบ่งเวลาเพื่อกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสมดุล อย่าลืมว่าทุกคนสวมหมวกที่มีหน้าที่ต่าง ๆ หลายใบ อย่าปล่อยให้ภาระบางอย่างมากเกินไปจนทำให้งานอีกหลายอย่างต้องเสียหายตาม

ปฏิเสธเสียบ้างกับสิ่งที่ยังไม่สำคัญหรือเร่งด่วน การเกรงใจหรือมีน้ำใจจะเป็นประโยชน์ต่อเมื่อคุณสามารถมีเวลาเหลือพอที่จะไปช่วยคนอื่นได้โดยที่ไม่กระทบต่องานตัวเอง พร้อมทั้งศึกษาแนวทางหรือไอเดียบริหารเวลาของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหรือเหล่าคนดังว่าเขามีตัวช่วยหรือใช้เทคนิคอะไรในแต่ละวันเพื่อให้เวลา 24 ชั่วโมงทรงคุณค่าที่สุด

สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้าม คือ การไม่หยุดเสริมทักษะให้ตัวเอง การทำงานทุกประเภทยิ่งมีทักษะหรือความชำนาญก็ยิ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานเป็นประจำแล้วยังไม่สามารถพิมพ์คีย์บอร์ดแบบสัมผัสได้ ก็ควรพยายามฝึกเพื่อเพิ่มความเร็วและแม่นยำในการพิมพ์ ทำให้มีเวลาเหลือทำสิ่งอื่น ๆ ได้ดีขึ้น

ห้ามขาดกับการบริหารเวลาวัยทำงาน

เทคนิคที่กล่าวมาจะช่วยให้ทุกท่านสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเพิ่มสมดุลให้ชีวิตเป็นอย่างดี

บริหารเวลาทำงาน

18 หลักบริหารเวลาอย่างง่าย งานสำเร็จได้ทุกวัน

18 หลักบริหารเวลาอย่างง่าย งานสำเร็จได้ทุกวัน

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานด้วยความรวดเร็วตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีเพิ่มสูงทั่วโลก ขณะเดียวกัน ก็ต้องหาเทคนิครักษาระดับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไว้ให้ดีอีกด้วย

เราจึงได้รวบรวม 18 หลักการบริหารเวลาที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ ที่นี่

1. แพลนในตารางมือถือ หรือ diary ก่อนนอน ว่าพรุ่งนี้เช้าถึงเย็นต้องทำอะไร-ที่ไหน-กับใครบ้าง

2. ตั้งเวลาเปิดเปิดนาฬิกาไว้ด้วยเสียงที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำตกไหล นกร้อง เพื่อกระตุ้นให้อารมณ์แจ่มใส

3. ตื่นเช้ามาควรทำสามาธิหรือทำใจให้สงบก่อนทำงานเสมอ

4. ช่วงเช้า ทำการทบทวน plan ที่คิดไว้เมื่อคืนคร่าว ๆ อีกครั้งในเวลาไม่เกิน 3 นาที

5. หากมีสิ่งที่เข้ามาเป็น “คิวแทรก” ต้องประเมินว่าด่วนหรือสำคัญเพียงใด

6. ควรเอา “กิจกรรมแทรก” ไปทำช่วงเวลาระหว่างเบรค หรือ แบ่งทอนให้คนอื่นบ้าง

7. ในที่ทำงาน คุยเฮฮากับเพื่อนฝูงได้ แต่ไม่ควรนานเกินไป เพราะทำให้เสียความจดจ่อในการทำงาน

8. ควรทำงานอย่างมีสมาธิ แล้วพักสายตา-คลายเครียดทุก 20-30นาที

9. บิดขี้เกียจ-ยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ เพื่อรีเฟรซ (refresh) ร่างกาย ทำให้สมองแจ่มใสขึ้นในช่วงบ่าย

10.พยายามทำงานให้ได้ตามแผนเวลาที่วางไว้ ไม่ให้พอกพูน ทั้งยังต้องเผื่อเวลาเล็กน้อย สำหรับยืดหยุ่นได้บ้าง

11. หากมีเรื่องไม่สบอารมณ์ ต้องปล่อยวางบ้าง

12. จากข้อ 11. นำความคิดมาไล่เรียงในสมอง ใช้โอกาสตอนประชุม (ทั้งส่วนตัวและทางการ) เสนอแนะหาทางแก้ไขปัญหา

13. ในตอนเช้า หัวสมองยัง “แล่น” ดี เสียงรอบข้างยังเงียบสงบ ควรทำงานที่ต้องใช้สมาธิหรือพลังความคิดสูง

รวบรวม 18 หลักการบริหารเวลาที่ดีที่สุดไว้

14. ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน แทนการจับเข่าคุยกันยาว ๆ

15. ใช้ภาษากาย ภาษามือ หรือสายตา แทนการให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องบ่อย ๆ เพราะแสดงถึงความจริงใจ ทำให้ได้รับความร่วมมือจากการทำงานดีขึ้น ทำให้การบริหารเวลาดีขึ้นตามไปด้วย

16. ไม่เสียเวลาดุว่าลูกน้องเป็นส่วนตัว เพราะทำให้เสียกำลังใจและไม่เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด

17. จ้างมืออาชีพขับรถให้ ลดการขับรถด้วยตัวเอง เพราะสามารถคิดงานและทำงานหลายอย่างในรถได้ และทำให้ลดปัญหาอุบัติภัยจากความใจลอยหรือความอ่อนเพลียได้

18. ทบทวนข้อผิดพลาด-จุดเด่นของตัวเองทุกครั้ง ไม่ว่าทำงานเสร็จตามแพลนในข้อ 1. หรือไม่ เพื่อการแก้ไขในวันต่อไป

การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ วัน ดังที่มีการกล่าวไว้ว่าคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลวต่างกัน จากพื้นฐานคือการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

บริหารเวลาทำงาน

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรบริหารเวลาอย่างไร

ขั้นตอนการวางแผนเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการเวลาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เพราะต้องทำงานหลายอย่างและไม่มีเวลาพอที่จะทำทุกอย่างได้ทั้งหมด จำเป็นต้องรู้วิธีการจัดการเวลาของคุณให้ดีและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ก่อนที่คุณจะเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งสำคัญต้องวางแผนว่าจะใช้เวลาอย่างไร โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนการวางแผนเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

1.ค้นหาข้อบกพร่อง

หากคุณคิดว่าไม่มีเวลาพอ มีงานคั่งค้างไม่ได้ทำ ต้องเขียนจำนวนวันทำงานในแต่ละสัปดาห์ เขียนแผนการใช้เวลาที่คิดว่าเหมาะสม จดบันทึกงานและผลงานสำคัญที่สุด คำนวณว่าควรใช้เวลาเท่าไร จากนั้นค่อยทำงานถัดไปที่สำคัญน้อยลงตามลำดับ เขียนอธิบายว่ารายละเอียดของงานและเหตุผลที่มีความสำคัญหรือไม่สำคัญ ทำตามแผนงาน

2.ติดตามเวลา

ข้อมูลเป็นพื้นฐานสำหรับการปรับพฤติกรรม ตรวจสอบและจดบันทึกว่าตนใช้เวลาไปอย่างไร เช่น

การสร้างหมวดหมู่เวลา กิจกรรมที่คุณมักจะทำคืออะไร เช่น การประชุม งานขาย จัดการกับใบแจ้งหนี้และงานเอกสาร เขียนสิ่งต่างๆ ที่ทำในแต่ละวันเป็นหมวดหมู่ ตรวจสอบผลงานว่าใช้เวลาไปอย่าง ประมาณ 1-2 สัปดาห์

ใส่ใจสิ่งที่ทำ การบริหารเวลาเป็นเรื่องยากเพราะคุณไม่เคยให้ความสนใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำอย่างหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปทำอีกอย่าง แทนการทำงานให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ ไป อาจเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เสียเวลาโดยไม่รู้ตัว

หลังจากติดตามเวลาครบกำหนดแล้ว รวบรวมข้อมูลที่บันทึกไว้ ดูแต่ละหมวดหมู่ว่าอะไรใช้เวลามากที่สุดหรือถ้าบางประเภทใช้เวลามากกว่างานอื่น ๆ ลองใช้แอปพลิเคชันนาฬิกาจับเวลาลดชั่วโมงการทำงานในแต่ละสัปดาห์ที่สิ้นเปลืองไปกับการป้อนข้อมูลและข้อผิดพลาดในการทำงาน

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรบริหารเวลาอย่างไร

3.เปรียบเทียบสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ทำไปแล้ว

ดูรายการแรกที่ระบุสิ่งสำคัญที่สุด เปรียบเทียบข้อมูลจากเวลาที่บันทึกไว้ ดูว่าได้ทุ่มเทเวลามากที่สุดให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันแสดงว่าสิ่งสำคัญรายการแรกอาจไม่ถูกต้อง เพราะความไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วงานใดสำคัญที่สุดในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้า หรือสิ่งสำคัญรายการแรกถูกต้องแล้ว แต่ยังบริหารจัดการกับเวลาไม่ดีพอ จำเป็นเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการเวลาให้เหมาะสม

4.ปรับวิธีการบริหารงานและบริหารเวลา

มองหากิจกรรมที่ใช้เวลามาก มีผลประโยชน์น้อย หรือทำให้เสียสมาธิจากงานที่สำคัญมาก ควรตัดสินใจมอบหมายงานที่ไม่สำคัญให้พนักงานคนอื่นทำแทน หรือจ้างพนักงานมากขึ้นเพื่อให้เข้ามาแบ่งเบาภาระงาน โดยที่เจ้าของธุรกิจไม่ต้องลงมือทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง พิจารณาตัดทอนบางสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องทำหรือเปลี่ยนวิธีการให้แตกต่างออกไปเพื่อให้ใช้เวลาน้อยลง โดยปกติการประชุมต้องเสียเวลามาก ควรลดการประชุมลงบ้างหรือจัดให้มีการประชุมสั้น ๆ เพื่อให้เสียเวลาทำงานน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ธุรกิจและการงานจะมีความก้าวหน้าถ้ามีการจัดการที่ดี เทคนิคเหล่านี้ช่วยคุณได้

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลามีประสิทธิภาพ สร้างสมดุลชีวิต

บริหารเวลามีประสิทธิภาพ สร้างสมดุลชีวิต

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญ หากจัดการกับเวลาแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ ชีวิตจะมีความสมดุลสามารถควบคุมทุกความต้องการอย่างเหมาะสม ทั้งเรื่องการศึกษา การหารายได้ และการพักผ่อน ก่อนจะรู้จักการบริหารชีวิตให้มีความสมดุล บางครั้งคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าไม่มีเวลาเพียงพอที่จะทำทุกอย่างที่ต้องการ ทำอะไรแบบเร่งรัดไปหมด การปรับพฤติกรรมของเราจะช่วยลดความเครียดได้ คุณต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน แบ่งเป็นขั้นตอน ทำตามแผนอย่างรอบคอบและควรทบทวนความคืบหน้าว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ การจัดลำดับความสำคัญเน้นงานเร่งด่วนและที่สำคัญมากกว่า แล้วจัดทำตาราง รายการสิ่งที่ต้องทำและหลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่ง

รายการสิ่งที่ต้องทำ เช่น

– ทำงาน
– เตรียมตัวสำหรับการสัมมนาในวันพฤหัสบดี
– ไปห้องสมุด อื่น ๆ
– จ่ายค่าเช่า
– ซื้อการ์ดอวยพรวันเกิด
– ซื้อเตารีดเหล็ก
– จองตั๋วคอนเสิร์ต 2 ใบ
– ไปเยี่ยมเพื่อน
– ไปที่ธนาคาร

การวางแผนล่วงหน้าด้านเวลา ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ

คุณควรจะมีระบบเตือนความจำ จะเป็นสมุดโน้ต บันทึกในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าจะต้องทำอะไร อย่าพยายามจดจำทุกสิ่งทุกอย่างในหัว พกปากกาและกระดาษไปทุกที่เพื่อเขียนบันทึกประจำวัน รวมถึงการนัดหมายและกำหนดเวลา ทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบกิจกรรมรายวัน งานเร่งด่วนหรืองานสำคัญเน้นด้วยเครื่องหมายดอกจัน ข้อดีของการทำรายการสิ่งต้องทำ ช่วยให้มุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายสำคัญ มีโอกาสน้อยที่จะลืมทำ จดบันทึกเพื่อเรียงลำดับความคิดจะช่วยประหยัดเวลาและทำให้ตัดสินใจทำสิ่งสำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุดได้ง่ายขึ้น คุณจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อควบคุมทุกอย่างให้ทันเวลาได้

ประสิทธิภาพและประสิทธิผลไม่เหมือนกัน บางคนทำงานหนักและจัดการได้ดี แต่ใช้เวลาไปกับงานที่ไม่สำคัญมากเกินไป อาจมีประสิทธิผล แต่ไม่มีประสิทธิภาพ คุณต้องอุทิศเวลาให้งานสำคัญและเร่งด่วนก่อน เรียกว่ารู้จักลำดับความสำคัญ อย่าเห็นแก่งานง่ายรีบเอามาทำก่อน มีความแตกต่างระหว่างงานเร่งด่วนและงานสำคัญ งานเร่งด่วนอาจไม่จำเป็นต้องสำคัญก็ได้ วิธีบริหารเวลามีหลักง่ายๆ ควรดูว่าเสียเวลาไปกับอะไรและพยายามลดสิ่งนั้น ลองบันทึกทุกสิ่งที่คุณทำเป็นเวลา 1 สัปดาห์ จดรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน จากนั้นตรวจสอบบันทึกเพื่อดูว่าใช้เวลาผิดวิธีอย่างไร

ความเป็นระเบียบ ช่วยให้สมองไม่ฟุ้งซ่าน

คุณจะทำงานมีประสิทธิภาพได้อย่างไรหากโต๊ะทำงานถูกฝังอยู่ใต้กองกระดาษ ควรจัดพื้นที่ทำงานให้เป็นระเบียบ ทุกอย่างมีลำดับขั้นตอนเพื่อให้ทันกำหนดเวลา อย่าทิ้งทุกอย่างไว้จนกว่าจะถึงนาทีสุดท้าย วัดผลงานและติดตามความคืบหน้าหาจุดที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นอีก การบันทึกเวลากับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อลดเวลาที่เสียไปและทำแผนภูมิวันถัดไป สัปดาห์ถัดไป เมื่อสิ้นสัปดาห์ตรวจสอบบันทึกเวลาและถามตัวเองว่าตอนไหนที่ทำงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด บางคนตื่นตัวสมองแล่นมากที่สุดในตอนเช้า บางคนทำงานเร็วช่วงบ่ายหรือเย็น กำหนดเวลางานสำคัญที่สุดสำหรับช่วงเวลานั้นในแต่ละวัน เพื่อที่ใช้ประโยชน์จากเวลาได้ดีที่สุด

บริหารเวลาทำงาน

เคล็ดลับการบริหารเวลาสำหรับคนทำงานที่บ้าน

จัดสรรการบริหารเวลา

หลายคนมองโลกสวย คิดว่าการทำงานอิสระ ช่างเป็นเรื่องวิเศษ ได้ทำงานที่ชอบและใช้วิธีสบาย ๆ ไม่เร่งรีบเข้ากับกระแสสโลว์ไลฟ์ พอมองผ่านม่านสีชมพูที่บังตา จึงเห็นว่างานอิสระนั้นไม่ได้ให้เสรีภาพกับชีวิตอย่างที่คิดฝัน ทุกงานมีเดทไลน์ที่ต้องส่งงานให้ทันกำหนด มีขอบเขตบาง ๆ กั้นระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ถ้าจัดระเบียบไม่ดี ชีวิตประจำวันก็พังพินาศ ถูกงานมาเบียดบังเสียหมด ไม่หลงเหลือความสนุกและสบายอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก แต่การทำงานที่บ้านก็ใช่ว่าจะทำลายสมดุลของชีวิตไปทั้งหมด คุณจับมือง่ายขึ้นถ้าเรียนรู้วิธีจัดการบริหารเวลาให้เหมาะสมภายใต้กรอบที่เรากำหนดขึ้นเองเพื่อให้ชีวิตมีคุณภาพที่ดีและการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีข้อแนะนำดังนี้

ข้อแนะนำสำหรับคนทำงาน

ก่อนอื่นต้องกำหนดกรอบตารางเวลาที่เหมาะสม หากคุณทำงานที่บ้านจำเป็นต้องมีพื้นที่ทำงานเป็นกิจจะลักษณะ ควรจะตกลงกับคนรอบข้างว่าเวลาทำงานอย่าเข้ามารบกวน เตือนเพื่อนฝูงว่าเวลาทำงานอย่าเข้ามาเยี่ยมโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ป้องกันการไม่เสียสมาธิไปกับสิ่งรอบตัว นอกจากนี้ควรใช้เวลาทำงานให้เหมือนกับการเข้าออฟฟิศ ทำงานตามตารางเวลา แต่ยังคงมีอิสระที่จะลุกขึ้นเปลี่ยนบรรยากาศ ลุกไปดื่มกาแฟ รดน้ำต้นไม้ จัดเก็บนิตยสารให้เข้าที่ เพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถและพักสายตาจากงานที่ทำอยู่ ระวังอย่าให้ช่วงเบรกทำให้สมาธิเบี่ยงเบนไปทางอื่น ส่วนเวลาทำงานควรจะเป็นชั่วโมงไหนบ้าง ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิตเลย ไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นกลางวันหรือกลางคืน ให้มีจำนวนเวลาทำงานที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป มีเวลาหยุดบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดหรือรู้สึกว่าทำงานหนักจนเกินกำลัง

การจัดสรรเวลา อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ อย่าให้เวลางานมาทำงานครอบครัวและสุขภาพ ทำงานจนเหน็ดเหนื่อยไม่มีความสุข ต้องมีเวลาพักผ่อนกับคนรักและครอบครัว ได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เพราะนั่นคือประโยชน์ของการทำงานที่บ้าน มีรายได้เข้ามามากก็จริงแต่สูญเสียทุกอย่างไป แลกกันแล้วไม่คุ้ม อีกปัญหาที่พบมากคือเรื่องจุกจิกระหว่างทำงานที่บ้านทำให้เสียสมาธิ ขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน ความจริงเรื่องนี้ไม่จำเป็นว่าจะเกิดกับคนทำงานที่บ้านเท่านั้น แม้แต่พนักงานออฟฟิศก็เป็นกัน กว่าจะทำงานให้เสร็จลุล่วงจะต้องมีความเหน็ดเหนื่อย ความเครียด เกียจคร้านหรืออุปสรรคที่ทำให้ท้อแท้มาท้าทายอยู่เสมอ ต้องคิดถึงความรับผิดชอบเป็นที่ตั้ง ทำงานสำเร็จแล้วจะได้อะไร มีรางวัลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ มีเวลาหยุดไปพักผ่อนกับครอบครัว ช่วยสร้างแรงกระตุ้นได้ดี

ลองนึกถึงเสรีภาพในการทำงาน ความสมดุลระหว่างเวลาทำงานกับการอยู่กับครอบครัว ได้ทำสิ่งที่รักและได้ไปในที่ที่อยากไป ทุกวันนี้การสื่อสารทำให้เราทำงานจากที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแต่ทุกกิจกรรมจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน เราจะทำงานดีมีคุณภาพและสำเร็จลุล่วงตามเวลาที่วางเอาไว้ ทำแล้วยิ่งมีความสุข ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย

รู้จักบริหารเวลาให้เป็น

บริหารเวลาทำงาน

จัดสรรค์ทุกนาทีให้เป็น “งานดี ชีวิตสมดุล”

จัดสรรค์ทุกนาทีของชีวิต งานดี ชีวิตมีสุข

ชีวิตคนเราในแต่ละวันมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่เชื่อหรือไม่การใช้เวลาไม่เหมือนกันนั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมากอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง ต้องทำงานหาเลี้ยงปากท้อง ประกอบอาชีพสร้างเนื้อสร้างตัวในวัยทำงาน จึงขอยกตัวอย่างการบริหารเวลาให้เป็นมาแนะนำกันพอสังเขป เพื่อให้เห็นคุณค่าของการวางแผนจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้

1.เตรียมวางแผนล่วงหน้า – ก่อนอื่นต้องวางแผนการทำงานและการใช้ชีวิตล่วงหน้าว่ามีกิจกรรมอะไรต้องทำบ้าง นอนเต็มที่ 7-8 ชั่วโมง เวลาที่เหลือจะเป็นชั่วโมงที่จัดสรรปันส่วนให้ใช้งานอย่างเต็มที่ ตัดเวลาที่จะต้องส่งลูกไปโรงเรียนและเวลาเดินทางบนท้องถนนออก มนุษย์เงินเดือนหรือผู้ประกอบการขนาดเล็กต้องคำนวณแผนการทำงานอย่างแม่นยำ อาจจะเผื่อเหลือเผื่อขาดในเรื่องเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุทำให้รถติดบนถนน ป้องกันล่วงหน้าไม่ให้หน้าที่การงานและกิจวัตรประจำวันผิดพลาดหรือล่าช้าออกไป

2.เรียงลำดับก่อนหลัง – เมื่อจัดทำตารางงานแล้วว่ามีสิ่งใดต้องทำบ้าง ให้เรียงลำดับความสำคัญงาน หรือเรียงตามระยะเวลาที่ต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยตามเป้าหมาย งานใดสำคัญให้นำมาเป็นส่วนแรก จากนั้นทำเรียงกันไปตามลำดับขั้นตอน งานใดรีบร้อนต้องทำให้เสร็จตามเดทไลน์ หยิบมาทำก่อน ส่วนไหนไม่เร่งให้เก็บไว้ทำทีหลัง บางคนอาจปรับวิธีการทำงานแตกต่างไปตามความถนัด เช่น ทำงานยากก่อนแล้วค่อยทำงานง่าย ผ่อนคลายความเครียดไปทีละน้อย บางก็กลับกัน เริ่มจากงานง่ายก่อนก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ เพียงแต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาอย่างสมดุลให้ทุกงานเสร็จอย่างสมบูรณ์ตามกำหนด

3.แบ่งภาระและตามงานเสมอ – หากเป็นการทำงานแบบทีม จะต้องรู้จักกระจายงานไปตามความเหมาะสม ใครถนัดอะไรก็ทำไปตามถนัด ประสานงานกันให้ดี สั่งงานลูกน้องแล้วอย่างปล่อยปละละเลย ต้องติดตามถามความคืบหน้าเสมอเพื่อให้งานที่ติดขัดมีปัญหาได้คลี่คลาย อย่าปล่อยให้เสียเวลาไปเปล่า ทำให้เกิดความเครียดในการเร่งทำงานในทีม ดีไม่ดีจะเสียงานด้วย

4.ตั้งใจทำงาน งดโซเชียลมีเดีย – ทุกวันนี้บางบริษัทออกกฎเรื่องการเล่นเฟซบุ๊ก ส่งไลน์ ดูยูทูป หรือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระหว่างเวลางาน เพราะเป็นเรื่องไม่มีสาระเป็นส่วนใหญ่ ขยันอ่านและติดตามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน ผลาญเวลาทำงานไปมากและการทำหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ทำงานเอกสารพร้อมเล่นเฟซบุ๊กไปด้วยจะบั่นทอนสมาธิและความตั้งใจ เสี่ยงเกิดความผิดพลาด ในเวลางานควรลำดับความสำคัญของหน้าที่มาก่อนความบันเทิงอื่นๆ

ชีวิตไม่ได้มีเรื่องงานที่สำคัญเพียงอย่างเดียว ต้องใช้เวลากับครอบครัวและมีเวลาส่วนตัวด้วย อย่าปล่อยให้มีงานอื่นเข้ามาแทรก รู้จักปฏิเสธไม่รับงานกลับมาทำที่บ้าน เพื่อที่จะมีเวลาพักสมองและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ยิ่งบริหารเวลาได้ดีเท่าไร ยิ่งรอบคอบ มีความตั้งใจทำงานดีขึ้น เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและผ่อนคลายความเครียดในชีวิตไปพร้อมกัน

แบ่งเวลาอย่างลงตัว